แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


ข้อความ - ploypola

หน้า: [1] 2 3 4
1

สิ้นสุดการรอคอย Firmware GoPro 9 ใหม่สำหรับผู้ใช้งานโกโปร!!!
Firmware GoPro 9 ใหม่ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่ได้มีการพัฒนาคุณสมบัติให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาให้สามารถทำงานร่วมกับ GoPro smart remote ได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงให้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้ดียิ่งขึ้น ด้วยเวอร์ชั่น 1.5 แต่จะมีอะไรอัพเดตบ้าง ต้องไปอ่านในบทความกันเลย!!!
Firmware GoPro 9 ใหม่ มีอะไรอัพเดทบ้าง!!!
สิ้นสุดการรอคอยกับเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด อย่างเวอร์ชั่น 1.5 ซึ่งเป็นเฟิร์มแวร์ที่มาซับพอร์ตตัว GoPro 9 ซึ่งเป็นโกโปรน้องใหม่ล่าสุด ที่พึ่งเปิดตัวไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา อย่างที่รู้ๆกันว่า GoPro 9 มีความสามารถในเรื่องของการการถ่ายภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น ความละเอียดที่มากยิ่งขึ้น เซนเซอร์ตัวใหม่ ระบบปฏิบัติการที่ดีมากขึ้น แต่ไม่เพียงแค่นั้น ในเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นนี้จะทำให้กล้องสามารถใช้งานได้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น แต่จะสามารถทำอะไรได้บ้างไปดูกันเลย

การใช้งานกับอุปกรณ์เสริมที่ดียิ่งขึ้น
เมื่อมีการอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชั่น 1.5 จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเครื่อง ให้สามารถใช้งานได้ดีกว่าเดิม ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้จะทำให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งโดยเฉพาะกับ GoPro 9
-สามารถในการใช้งานคู่กับ The remote ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมโกโปรรุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้สามารถใช้งานคู่กับกล้องโกโปรได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถใช้ได้กับ GoPro 9 , GoPro 8 และ GoPro MAX
-สามารถในการใช้งานกับ Pro 3.5 Mic Adaptor ซึ่งเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อไมโครโฟนภายนอก ที่ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้คมชัดยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีช่องต่อขนาด 3.5 มิลลิเมตร และ เป็น USB-C อีกด้วย

การเพิ่มความสามารถ
นอกจากการอัพเดทเฟิร์มแวร์จะทำให้สาามารถใช้งานคู่กับอุปกรณ์เสริมได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความสามารถให้กับอุปกรณ์อีกด้วย ถึงแม้ตัวของ GoPro จะใช้งานได้ดีอยู่แล้ว แต่การอัพเดทเฟิร์มแวร์จะทำให้กล้องใช้งานได้ดีขึ้นไปอีก ด้วยโหมดต่างๆ
-เพิ่มความสามารถของ HyperSmooth ถึงแม้โหมด HyperSmooth ของโกโปรจะมีคุณสมบัติในการกันสั่นที่เยี่ยมยอด แต่หากทำการอัพเดทเฟิร์มแวร์จะยิ่งทำให้สามารถใช้งานโหมด HyperSmooth ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น HyperSmooth 2.0 ใน GoPro 8 หรือ HyperSmooth 3.0 ใน GoPro 9 ในอุณหภูมิเย็น อีกด้วย
-เพิ่มความสามารถในการทำงานของ GPS ระบบระบุตำแหน่ง หรือ ระบบ GPS ในโกโปรเป็นระบบที่ดี แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าการอัพเดทเฟิร์มแวรืจะช่วยเพิ่มความแม่นยำของระบบ GPS มากยิ่งขึ้น นอกจากการระบุตำแหน่งจะแม่นยำขึ้นแล้ว ยังรวมไปถึงความรวดเร็วในการระบุตำแหน่งอีกด้วย
-เพิ่มความสามารถในการ Live Streaming ร่วมกับ MAX Lens Mod การอัพเดทเฟิร์มแวร์จะทำให้การรองรับไลฟ์สตรีมแบบสดดียิ่งขึ้น เพิ่มความเสถียรในการไลฟ์ อีกทั้งใน GoPro 9 ยังสามารถใช้งานร่วมกับ MAX Lens Mod ที่สามารถทำให้ถ่ายภาพได้กว้างยิ่งขึ้น ในมุมมอง SuperView ถึง 155 องศา รวมทั้งระบบกันสั่นของ MAX HyperSmooth ถึง 2.7K60 อีกทั้งยังทำให้ถ่ายวิดีโอ TimeWarp และ การล็อคขอบฟ้าของกล้องในการสตรีม ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ปรับปรุงการใช้งานให้ดีขึ้น
นอกจากจะทำให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์เสริมได้แล้ว เป็นการเพิ่มความสามารถในการใช้งานโหมดต่างๆของ GoPro ให้ดีขึ้นกว่าเก่า และ ยังช่วยในการปรับปรุงการใช้งานให้ดีกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งจะช่วยในการใช้งานของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น
-ปรับปรุงการใช้งาน Scheduled Capture ที่สามารถตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังสามารถตั้งการปิดเปิดอัตโนมัติ ให้ซับพอร์ตการใช้งานกว่าเดิม เพื่อแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ดีมากยิ่งขึ้น
-แก้ไข Bug Fix ในการใช้งาน เนื่องจากพอใช้งานไปแล้วจะพบ Bug ของอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น กดโหมดต่างๆ แล้วไม่มีการเปลี่ยนโหมด หรือ มีการค้างของอุปกรณืระหว่างการใช้งาน ซึ่งการอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้ล่าสุดอยู่เสมอๆ จะช่วยในเรื่องของการใช้งาน และ เพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเครื่องมากยิ่งขึ้น
-เชื่อมต่อ GoPro App ได้เร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากการอัพเดทเฟิร์มแวร์จะสามารถอัพเดทได้หลายวิธี ซึ่งก็มีวิธีที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อกับ GoPro App นอกจากการอัพเดทจะช่วยให้การทำงานบนอุปกรณ์ GoPro ดีขึ้นแล้ว ยังรวมไปถึงการใช้งานกับ GoPro App อีกด้วย ทำให้มีความรวดเร็ว และ เสถียรกว่าเดิม
สามารถอ่านบทความ อัพเดท GoPro (Firmware GoPro) วิธีง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง เพิ่มเติมได้ที่นี่
ติดตาม AquaPro เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นใหม่ ๆ ทั้งกล้อง GoPro และอุปกรณ์เสริม GoPro  ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook : AquaproThailand
Line :  @aquapro
Shopee : Aquaprothailand


2

วิธีใช้ Google Trend เพื่อเช็ค trend ปัจจุบัน!!!
ถ้าพูดถึงเทรนด์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา จนทำให้ใครหลายๆคน หลายๆธุรกิจต้องมีการปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง แต่จะรู้ได้ยังไงว่าในตอนนี้เทรนด์ในปัจจุบันของสินค้าและบริการของคุณเป็นอย่างไร บทความนี้จึงนำเสนอ วิธีใช้ Google Trend ที่จะทำให้คุณสามารถเช็คเทรนด์ในปัจจุบันได้ ไปอ่านกันเลย!!!
 
Highlight Google Trend ที่ต้องรู้!!!
-Google Trend คืออะไร?
-Google Trend สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ?
-วิธีใช้Google Trend ให้ธุรกิจปัง
 
Google Trend คืออะไร ?
ถ้าพูดถึงเว็บไซน์ที่คนส่วนใหญ่เข้าไปค้นหาสิ่งต่างๆบนโลกอินเทอร์เน็ต หรือ ที่เรามักจะเรียกว่า Search Engine จะพบว่าคนส่วนใหญ่มากกว่า 36 ประเทศจะใช้การค้นหาผ่านเว็บไซต์ Google มากที่สุด เนื่องจากระบบบริการต่างๆที่เข้ามาซับพอร์ตการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลเว็บไซต์ที่มากกว่าช่องทางอื่นๆ ระบบของการรองรับภาษาที่มากกว่า 80 ภาษา อีกทั้งข้อมูลต่างๆ ที่มีการอัพเดตใหม่ๆอยู่เสมอ ทำให้ Google เป็นหนึ่งในช่องทางยอดนิยมในการทำการตลาด ทำธุรกิจต่างๆ นอกจากนั้น Google ยังมีเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แค่คนทำธุรกิจอย่างมาก นั้นก็คือ Google Trend นั้นเอง

Google Trend คือ หนึ่งในเครื่องมือบนเว็บไซต์ Google ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มของ Keyword ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ สำหรับการค้นหาบน Search Engine ต่างๆ โดยเฉพาะบน Google โดยจะใช้การค้นหา Keyword บนเว็บไซต์ต่างๆ ในการคำนวณ และ แสดงผลสถิติเพื่อทำการเปรียบเทียบตามประเภทของหัวข้อนั้นๆ ซึ่งสามารถกำหนดช่วงเวลา กำหนดพื้นที่ที่ต้องการได้อีกด้วย เพื่อดูพฤติกรรมหารค้นหาว่าคนส่วนใหญ่จะค้นหาอะไรกัน
 

Google Trend สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ?
อยากที่ได้บอกไปว่า Google Trend จะสามารถทำให้คุณรู้พฤติกรรมการค้นหาของคนส่วนใหญ่ได้ ว่าเขาต้องการอะไร เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำการตลาดของธุรกิจคุณ นั้นทำให้ Google Trend มีความสำคัญต่อธุรกิจ เนื่องจากข้อมูลที่แสดงสถิติต่างๆ ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์จะทำให้เรามีข้อมูลในการทำการตลาดอยู่ในมือมากกว่าคนอื่น ทำให้เราสามารถวางแผนการตลาดได้ดีกว่าคนที่ไม่มีข้อมูล เพื่อช่วยในการทำการตลาดในหลายๆช่องทาง ทั้งการยิง Ads หรือ การทำSEO เป็นต้น เปรียบดังสุภาษิต "รบ100ครั้ง ก็ชนะ100ครั้ง" นั้นเอง
สามารถอ่านบทความ ช่องทางการทำ Digital marketing เพิ่มเติมได้ที่นี่
 
 

วิธีใช้ Google Trend ให้ธุรกิจปัง!!!

1.ใส่สิ่งที่ต้องการทราบข้อมูล ในช่อง Search Term ซึ่งสามารถใส่ได้สูงสุดถึง 5 Keyword เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ อีกทั้ง Keyword ในแต่ละอันควรจะมีขอบเขตที่ใกล้กันและไม่กว้างจนเกินไป เช่น รองเท้ากีฬา เสื้อกีฬา กระเป๋ากีฬา เป็นต้น เพื่อดูว่าใน Keyword อุปกรณ์เกี่ยวกับกีฬาอันไหนคนให้ความสนใจมากกว่ากัน
2.ใส่ประเทศ ที่ต้องการทราบข้อมูล อาจจะดูเทรนด์จากต่างประเทศเพื่อนำมาประยุกต์กับเทรนด์ที่ประเทศไทย การระบุประเทศจะทำให้ขอบเขตในการวิเคราะห์สถิติ
3.ใส่ช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นปีก่อนหน้า หรือ แนวโน้นสามเดือนที่ผ่านมา ก็สามารถทำได้ แนะนำให้กำหนดช่วงเวลาที่ไม่ไกลจนเกินไปเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน
4.ใส่หมวดหมู่ เนื่องจาก Keyword บางอย่างสามารถอยู่ได้หลากหลายหมวดหมู่ หรือ อาจจะมีชื่อที่ซ้ำกัน เพื่อกันความผิดพลาดเลยจะต้องระบุหมวดหมู่ที่ต้องการด้วย เช่น หมวดกีฬา หรือ เกมส์ เป็นต้น
5.ใส่แหล่งข้อมูลที่เราต้องการค้น เพื่อเป็นการเจาะจำเพาะการค้นหา ในกรณีต้องการเปรียบเทียบแบบชัดๆ เช่น เว็บไซต์เทียบเว็บไซต์ เป็นต้น

เมื่อทำการใส่ข้อมูลเรียบร้อยจะถูกแสดงผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบของกราฟสถิติ ที่บอกแนวโน้มการเพิ่มขึ้น และ ลดลง นอกจากที่ Google Trend จะสามารถดูเปรียบเทียบ Keyword ต่างๆได้แล้ว ยังสามารถเปรียบเทียบ Keyword เดียวกันกับประเทศอื่นๆได้อีกด้วย
-โดยการใส่ Keyword คำเดิมอีกรอบที่ Search Term
-จากนั้นจะเห็นว่ากราฟที่ออกมาทับกันอยู่
-ให้ทำการคลิกที่เมนูจุดสามจุด ที่อยู่ตรง Search Term อันที่สอง
-จากนั้นให้เลือก Change Filters เพื่อทำการเลือกประเทศที่เราต้องการเปรียบเทียบ ก็จะทำให้รู้ว่า สองประเทศนี้มีแนวโน้มอย่างไรต่อ Keyword นั้นๆ


แค่นี้คุณก็สามารถที่จะรู้เทรนด์ในปัจจุบันได้ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น คุณยังสามารถดูเทรนด์ประเทศอื่นๆได้อีกด้วย ง่ายมากเลยใช่ไหมละ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถกลายเป็นผู้ที่ตามเทรนด์ปัจจุบันทันแล้ว อย่าพลาดโอกาสในการทำการตลาดออนไลน์ง่ายๆ ที่คุณก็สามารถทำได้
 
"เราพร้อมดูแลใส่ใจธุรกิจของคุณ ให้เหมือนกับว่าเป็นธุรกิจของเราเอง"

สามารถติดต่อ สอบถาม bemyfriend ช่องทางอื่นๆ ได้ที่
Facebook : Bemyfriend.agency


3

"ลายปัก" เทคนิคการเลือกตำแหน่งปักตรงไหนแล้วจะปัง
วางตำแหน่งลายปักอย่างไรดี?
ลายปัก ล้วนแล้วแต่มีความหมายที่สามารถสื่อออกมาได้ ทั้งการสื่อถึงความรัก ความห่วงใย ความขอบคุณ นอกจากนั้นตำแหน่งลายปักก็ยังสำคัญอีกด้วย การเลือกตำแหน่งดีๆ ยังเป็นการเพิ่มความสวยงามให้กับลายปักอีกด้วย ทำให้งานออกมาสวยงาม แต่จะปักตรงไหนดี ต้องไปอ่านบทความกันเลย
เทคนิคการวางตำแหน่ง "ลายปัก" ให้ออกมาปัง
การจะปักลายปักลงบนสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กระเป๋า หมวก หรือ ตุ๊กตา หน้ากากผ้า ผ้าขนหนู และ สินค้าอื่นๆ ไม่ใช่ว่าจะปักตรงไหนก็ได้ เพราะ สิ่งของต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หรือ ของใช้ ก็ล้วนจะมีพื้นที่ในการปัก ที่มีขนาดที่ไม่เท่ากัน ทำให้ต้องเลือกขนาด รูปทรง สี ให้เหมาะสมกับของที่จะปักแล้ว ยังต้องอาศัยการวางตำแหน่งให้เหมาะสมอีกด้วย

ลายปักตรงกลาง
หากต้องการปักลายตรงกลาง สามารถทำได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ลายปักด้านหน้าควรจะเน้นลายที่มีขนาดใหญ่แต่ไม่ควรใหญ่จนเกินไป ไม่ควรเลือกลายปักที่มีขนาดเล็ก เนื่องจากลายปักจะไม่โดดเด่น อีกทั้งยังทำให้เหลือพื้นที่ว่างมากเกินไป ซึ่งทำให้ดูไม่สวยงาม สามารถเลือกปักลายได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบสีสันสดใส ซึ่งจะทำให้ลายดูโดดเด่น หรือ จะปักแบบ ลายปักมินิมอล ก็จะทำให้ลายออกมาเรียบหรูดูดี เหมาะสำหรับปักเป็น ลายปักเสื้อ ลายปักกระเป๋า หรือ ของที่มีพื้นที่ในการปักเยอะๆ แต่หากมีการปักตรงกลางแล้วไม่ควรที่จะปักอะไรเพิ่มมากจนเกินไป เนื่องจากลายจะดูเยอะจนเกินไป จนกลายเป็นไม่สวยงาม หรือ อาจจะปักโลโก้ ลายปักสัญลักษณ์ขนาดพอเหมาะสำหรับเป็น ลายปักหมวก อีกทั้ง เสื้อยืด สามารถปักลายกลางอกด้านหน้าอีกด้วย
ลายปักแนะนำสำหรับปักตรงกลาง
-ลายปักชื่อ อาจจะไม่ใช่ชื่อจริงๆของเรา แต่เป็นชื่อที่มีความหมายแทนตัวเรา ชื่อที่เพื่อนเรียก หรือ ชื่อของตัวการ์ตูน ดาราที่ชอบ และ อาจจะเพิ่มลูกเล่นด้วยการปักลายของตัวการ์ตูน ดาราคนนั้นๆลงไปด้วย ก็จะทำให้ลายปักดูมีอะไรขึ้นมา

ลายปักด้านข้าง
ลายปักด้านข้าง ทั้งที่เป็นด้านซ้ายและด้านขวา ควรเลือกลายปักที่มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ถ้าหากปักลายอันเดียวควรจะปักด้านหน้า ด้านใดด้านหนึ่ง หรือ ด้านที่มีกระเป๋า ให้ปักลายเหนือขอบกระเป๋า และ ถ้าหากมีหลายลาย ให้ปักสลับด้านซ้ายขวา ไม่ควรปักแค่ด้านใดด้านหนึ่ง เพราะ จะทำให้ลายออกมาไม่สมดุล และ ไม่สวยงาม ควรเลือกการจัดวางให้สมดุลกัน เหมาะสำหรับเป็น ลายปักเสื้อ ลายปักหมวกกีฬา ลายปักหน้ากากผ้า ลายปักตุ๊กตา ผ้าเช็ดหน้า ไม่ควรปักลายผสม เช่น ลายปักรูปภาพคู่กับลายปักตัวอักษร เนื่องจากลายจะออกมาดูเยอะจนเกินไป
ลายปักแนะนำสำหรับปักด้านข้าง
-ลายปักสัญลักษณ์ เลือกลายปักที่มีสีสันไม่เยอะจนเกินไปสำหรับแทนลักษณะบางอย่าง เช่น ดอกไม้ที่แทนความห่วงใย หรือ ลายสัตว์ที่ใช้แทนตัวของแฟน เช่น รูปน้องหมา น้องแมว หรือ ถ้าต้องการปักลายเยอะๆ ให้เลือกลายที่สามารถเข้ากันได้ เช่น ถ้าเป็นลายหมา ใช้เป็นหมาสีใกล้ๆกัน หรือ ดอกไม้ ให้ปักดอกไม้ชนิดเดียวกันและจัดวางให้เหมาะสม

ลายปักที่แขน
ลายปักที่แขน เป็นการปักลงบนแขนเสื้อข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสอง ซึ่งมีขนาดของพื้นที่ที่สามารถปักลายได้น้อย จึงไม่ควรเลือกลายที่เป็นรูปใหญ่ๆ แต่เหมาะสำหรับลายปักที่เป็นตัวหนังสือมากกว่า ความยาวของคำต้องพอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เนื่องจากขนาดพื้นที่มีน้อย เหมาะสำหรับเป็นลายปักเสื้อ เสื้อโปโล เสื้อยืด เสื้อแจ็คเก็ต เป็นต้น แต่ไม่ควรที่จะปักสีที่มีความหลากหลายจนเกินไป
ลายปักแนะนำสำหรับปักที่แขน
-ลายปักคำคมหรือข้อความที่ชอบ อาจจะเป็นข้อความสั้นๆ สามารถปักได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อาจจะเพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้สีเพื่อเน้นคำพิเศษ เช่น Love , Babe , Darling เป็นต้น หรือ จะใช้สัญลักษณ์แทน ถ้าหากเป็นคำว่า Love ก็ใช้รูปหัวใจแทน จะทำให้เก๋ไปอีกแบบ

ลายปักด้านหลัง
ลายปักด้านหลัง ไม่ว่าจะเป็นลายปักด้านหลังหมวก หรือ ลายปักต้นคอหลังเสื้อ เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับเสื้อผ้า ทำให้เสื้อผ้าดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่ในการปักลายน้อย ทำให้เหมาะสำหรับลายปักที่เป็นตัวอักษรมากกว่ารูปภาพ หรือ ถ้าเป็นรูปภาพควรที่จะเลือกลายที่มีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะสำหรับเป็นลายปักหลังต้นคอ เสื้อโปโล เสื้อยืด และ ลายปักด้านหลังของ หมวก
นอกจากนั้นยังสามารถปักลายกลางหลัง เสื้อโปโล หรือ เสื้อยืด ซึ่งนิยมปักข้อความที่สื่อความหมายขนาดใหญ่ เพื่อทำให้ดูเด่นชัด แต่ไม่นิยมปักรูป สัญลักษณ์ หรือ โลโก้ขนาดใหญ่ (20 ซม.ขึ้นไป)ในเสื้อโปโล หรือ เสื้อยืด เพราะจะทำให้รู้สึกคันจากลายปักด้านหลังได้ หากชอบลายปักขนาดใหญ่แนะนำให้ปักด้านหลังเสื้อแจ็คเก็ตสำหรับใส่คลุมทับเสื้อด้านในแทน
ลายปักแนะนำสำหรับปักที่ด้านหลัง
-ลายปักโลโก้ ด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้อาจจะเลือกลายปักขนาดเล็กๆ เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ควรเลือกโลโก้ที่มีสีสันไม่มากจนเกินไป อาจจะใช้ลายแนวมินิมอล เพื่อทำให้เสื้อผ้าดูเรียบหรูขึ้น
-ลายปักตัวอักษร หากใครที่ไม่ชอบลายปักที่เป็นรูป ลองลายปักที่เป็นตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ อาจจะปักเป็นคำคม หรือ คำพูดน่ารักๆ เช่น Everyday is a fresh start เพื่อให้กำลังใจ เป็นต้น
 
สามารถเข้าไปดู ผลงานและลายปัก สินค้าได้เพิ่มเติมที่นี่
 
ให้ของขวัญของคุณพิเศษยิ่งขึ้น
สำหรับใครที่อยากให้ของขวัญวันเกิดแฟนพิเศษมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มลายละเอียดเล็กน้อยด้วย "ปักลาย" ลงบนของขวัญ หรือ ลงบนถุงผ้าใส่ของ อาจจะเป็นการปักชื่อของคุณแฟน ปักรูปแฟนเป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆ หรือ ข้อความเก๋ๆ ที่เป็นคำอวยพร หรือ คำพูดที่บ่งบอกถึงความรัก รับรองได้ว่าของขวัญของคุณพิเศษขึ้นกว่าทุกปีแน่นอน
ของขวัญชิ้นพิเศษ จะดูพิเศษมากขึ้น ถ้าใส่ข้อความแทนความห่วงใย หรือ คำพูดที่สื่อถึงความหมายพิเศษๆ ข้อความที่อ่านแล้วประทับใจ " ปัก" ข้อความที่คุณอยากส่งผ่านของขวัญชิ้นพิเศษนี้ แทนความห่วงใย ที่ทำให้ผู้ให้รู้สึกดี ผู้รับประทับใจ
 
สำหรับบริษัท​ หรือ​ ท่านที่ต้องการ​สั่งของขวัญ​ ของพรีเมี่ยม​ จำนวนมาก​ สามารถ​ติดต่อ​เราได้เช่นกัน​ Customize ร้านปักจากโรงงานผู้ผลิตสินค้าโดยตรง
 
"Customize ปักอะไรก็ได้............ที่แทนความหมายจากคุณ"

สามารถติดต่อ สอบถาม Customize by Insider ช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Customize ทำไมต้องเหมือนใคร
Line ID : @customize
Instagram : u.customize.byinsider[/url]
Showroom
: สีลมคอมเพล็กซ์ 02-231-3170
 
: ไอคอนสยาม 081-755-5161


4

ปัญหาโลกแตก จะหา ของขวัญวันเกิดแฟน แต่ละทีก็ไม่รู้จะให้อะไรดี อีกทั้งยังใกล้ช่วงสิ้นปีแล้ว ไหนจะของขวัญปีใหม่ ไหนจะของขวัญวันครบรอบ ไหนจะของขวัญวันคริสต์มาสอีก ไม่รู้จะเลือกของขวัญอะไรให้ถูกใจคุณแฟน ซื้อแต่ละทีก็ซ้ำกันไปหมด ซื้อไปก็กลัวจะไม่ถูกใจ สำหรับใครที่กำลังหนักใจเรื่องการเลือกของขวัญวันเกิดให้แฟน บทความนี้มีคำตอบ รับรองได้เลยว่า คุณจะมีของขวัญให้แฟนของคุณประทับใจได้แน่นอน ไปดูกันเลยว่าจะมีไอเดียการเลือกอะไรบ้าง!!!
 
แนวทางในการเลือก ของขวัญวันเกิดแฟน ให้กี่ทีก็ปลื้ม!!!
-เลือกจากสิ่งที่แฟนชอบหรืออยากได้ เป็นธรรมดาสำหรับทุกคน ที่จะอยากได้ของขวัญวันเกิดเป็นสิ่งของที่เราอยากได้มาตั้งนานแล้ว หรือ เป็นของที่เราชอบ แอบเล็งเอาไว้หลายครั้ง อารมณ์เหมือนเวลาที่แฟนจะเอาของขวัญมาเซอร์ไพร์สอะไรสักอย่าง หากเปิดของขวัญออกมาเป็นสิ่งที่เราชอบหรืออยากได้มากๆ รับรองได้เลยว่าปลื้มไปสามวันเจ็ดวัน การให้ของที่แฟนชอบจะต้องอาศัยการสังเกตสักหน่อย ว่าคุณแฟนของคุณเขากำลังชอบ หรือ อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือไม่ แต่อย่าลืมที่จะแอบสังเกตด้วยว่าแฟนของคุณ เขามีของชิ้นนั้นหรือยัง เพราะแทนที่จะดีใจอาจจะกลายมาเป็นรู้สึกนอยด์แทนที่คุณซื้อของมาให้ซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว แต่การเลือกของที่แฟนชอบเป็นแนวทางที่ทำได้ง่าย ให้กี่รอบก็ประทับใจ!!!
-เลือกของให้เข้ากับบุคลิกของแฟน สำหรับใครที่จะซื้อของขวัญให้แฟน แต่จะเลือกของขวัญที่เกี่ยวกับการแต่งกาย จะต้องคำนึงถึงบุคลิกของคุณแฟนด้วยว่าเขาเป็นคนยังไง สไตล์การแต่งตัวและภาพรวมของเขาเป็นอย่างไร สีไหนคือสีที่เขาชอบและไม่ชอบ เพราะ ส่วนใหญ่การเลือกของที่เข้ากับบุคลิกของคนที่รับ ผู้รับมักจะถูกใจของที่ได้เนื่องจากเป็นสไตล์ที่ตัวเองชอบ หรือ สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น คุณแฟนเป็นคนหวานๆ แต่งตัวหวานๆ ก็เลือกของที่มีสีน่ารักๆให้ ไม่ใช่เลือกของที่สีเข้มๆ หรือ เท่ห์ๆ ต่อให้ของจะแพงแค่ไหน ก็อาจจะไม่ถูกใจคุณแฟน!!!
-เลือกของใช้ที่มีประโยชน์ สำหรับใครที่คิดว่าอยากให้ของขวัญที่มีประโยชน์ต่อคนที่รับ อยากให้ของขวัญที่แฟนสามารถนำไปใช้งานได้จริง เป็นของขวัญที่คุณแฟนจะได้ใช้แน่นอน แถมยังมีประโยชน์ต่อแฟนอีกด้วย ต้องเลือกพวกของใช้ในชีวิตประจำวันเลย ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก๋ๆ หรือ อาจจะเลือกของใช้ให้เข้ากับงานอดิเรกของคุณแฟนก็จะดี เช่น หากแฟนของคุณชอบทำอาหาร ลองให้เป็นอุปกรณ์ทำอาหาร หรือ เซ็ตผ้ากันเปื้อนน่ารักๆ รับรองว่าได้ใช้งานแน่นอน อีกทั้งยังถูกใจคุณแฟนอีกด้วย
-เลือกของขวัญที่ทำเองได้ สำหรับใครที่เป็นคนชอบงานฝีมือ ถึงเวลาของคุณแล้ว เปลี่ยนความชอบมาเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณแฟนดูสิ ไม่ว่าจะเป็นการถักไหมพรม ถักโครเชต์ ปักลาย หรือ แม้แต่ทำการ์ดวันเกิดเก๋ๆ ถึงแม้ว่าของขวัญจะไม่สวยเหมือนของที่ซื้อมาก็ตาม แต่ในเมื่อคุณทำของขวัญด้วยความพยายามแล้วละก็ ไม่ว่าของขวัญจะออกมายังไง คุณแฟนก็ปลื้มอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังจะกลายเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่คุณแฟนจะไม่มีวันลืมได้เลย อีกทั้งยังเป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลกอีกด้วยนะ
 
ไอเดีย ของขวัญวันเกิดแฟน ให้กี่ครั้งก็ชอบ!!!
ของขวัญสำหรับให้แฟนสาว สำหรับคุณผู้ชายที่กำลังหาของขวัญวันเกิดให้แฟนสาวของคุณ แต่ยังคิดไม่ออกมาดูไอเดียของขวัญวันเกิดเก๋ๆ ที่ให้คุณแฟนกี่ครั้ง เธอก็ปลื้มทุกครั้ง ของขวัญอาจจะเลือกสี หรือ รูปลักษณ์ของให้เข้ากับความชอบ และ บุคลิกของแฟนจะช่วยให้คุณแฟนประทับใจมากยิ่งขึ้นนะ
เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ดีๆ

ของสวยๆงามๆกับผู้หญิงถือว่าเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ ไม่ว่าจะสาวๆคนไหนก็ปลื้มเครื่องสำอางกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นลิปสติก แป้งตลับ บัชออน แต่สำหรับใครที่เลือกเครื่องสำอางให้คุณแฟนไม่ถูก ให้แอบสังเกตการแต่งหน้าของคุณแฟนดู แล้วไปสอบถามที่เคาน์เตอร์เครื่องสําอาง หรือ จะซื้อเป็นชุดรวมเครื่องสำอางก็ได้ รับรองคุณแฟนปลื้มตาย แต่หากแฟนสาวของคุณไม่ชอบแต่งหน้า ลองให้เป็นสกินแคร์สำหรับบำรุงผิวหน้าสิ อาจจะทำให้ของขวัญพิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยการปัก ถุงผ้า กระเป๋า สำหรับใส่เครื่องสำอาง หรือ สกินแคร์ไปด้วย การให้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์นอกจากจะถูกใจคุณแฟนแล้ว ผลพลอยได้คุณแฟนยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ!!!
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับสาวๆที่ชอบเครื่องสำอาง
-ลายปักเครื่องสำอางชิ้นโปรด อาจจะต้องอาศัยการ mix and match เครื่องสำอางต่างๆที่แฟนสาวของคุณชอบให้เข้าด้วยกัน แต่ไม่ควรจะใช้รูปเดี่ยวๆ ควรจะมีของมากกว่า 1 ชิ้นขึ้นไปจะทำให้ลายปักดูน่ารักขึ้นมา รับรองได้ว่าสาวๆคนไหนได้ไปปลื้มแน่นอน
-ลายปักรูปผู้หญิงแต่งหน้า/ผู้หญิงกับเครื่องสำอาง ทำให้เครื่องสำอางมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนจากเครื่องสำอางให้มาอยู่ในรูปแบบของเมคอัพ เน้นลายปักที่มีสีสัน เพื่อเพิ่มความสดใส อีกทั้งยังทำเก๋ไปอีกแบบ


เครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกายเก๋ๆ

ต่อเนื่องจากเรื่องความสวย ความงามของผู้หญิง นอกจากเครื่องสำอางแล้ว เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ยังเป็นของที่คู่กับสาวๆอีกสิ่งหนึ่ง นอกจากหน้าจะต้องสวยแล้ว ลุคยังต้องดูดีอีกด้วย ลองให้เครื่องประดับสวยๆ เป็นของขวัญดูสิ ไม่ว่าจะเป็น ต่างหู สร้อยคอ แว่นตา ไม่จำเป็นจะต้องเลือกของที่แพงมาก แต่ให้เลือกของที่เหมาะสมกับงบประมาณ หรือ เลือกของให้ดูดีและเข้ากับสไตล์ของคุณแฟน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หมวก กระเป๋า หรือ หน้ากากผ้าเก๋ๆ ให้เข้ากับช่วงโควิด นอกจากคุณแฟนจะได้ใช้งานแล้ว ยังแสดงถึงความห่วงใยอีกด้วย
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับสาวๆที่ชอบการแต่งตัว
-ลายปักเครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกายชิ้นโปรด หากไม่อยากปักเครื่องประดับหรือเครื่องสำอางทั้งชิ้น ให้เลือกปักเป็นสัญญาลักษณ์ไม่ว่าจะเป็น โลโก้แบรนด์ หรือ จะเลือกแค่รูปโครงของเครื่องประดับหรือเครื่องสำอางก็เท่ไปอีกแบบ
-ลายผู้หญิงใส่เครื่องประดับหรือแต่งตัวสวยๆ ทำให้ลายปักดูมีอะไรมากขึ้นด้วย การเพิ่มตัวการ์ตูน หรือ รูปผู้หญิงที่รูปลักษณ์ใกล้เคัยงคุณแฟนใส่เครื่องประดับชิ้นนั้นๆ หรือ เสื้อผ้าที่ใกล้เคียงที่คุณให้เป็นของขวัญก็เจ๋งๆไปอีกแบบนะ


โปรแกรมท่องเที่ยวสุดพิเศษ

ถ้าไม่อยากให้เป็นสิ่งของ ลองให้เป็นช่วงเวลาสุดพิเศษดูสิ เปลี่ยนช่วงวันเกิดให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยโปรแกรมท่องเที่ยวเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไปเที่ยวทะเลไปดำน้ำดูปะกะรัง ไปเที่ยวภูเขาไปนอนดูดาว หรือ จะเซอร์ไพรส์ด้วยการไปเที่ยวต่างประเทศที่คุณแฟนชอบ รับรองประทับใจคุณแฟนแน่นๆ และ ถ้ากลัวไปเที่ยวอย่างเดียวไม่พอใส่เสื้อปักลายคู่กันไปด้วยสิ รับรองทริปครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆแน่นอน
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับสาวๆที่ชอบการท่องเที่ยว
-ลายปักกระเป๋าเดินทางและแผนที่น่ารักๆ อาจจะเลือกลายปักเพิ่มเติมที่มีความเกี่ยวข้อง หรือ มีความเข้ากันมาใส่เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น ลายปักกล้องถ่ายรูป และ ลายปักรองเท้าแตะ ก็น่ารัก ทำเอาอยากไปเที่ยวทุกวันเลย
-ลายปักสัญลักษณ์หรือชื่อสถานที่เที่ยว อย่างเช่น จะไปทะเลก็เลือกรูปทะเล หรือ ถ้าจะไปต่างประเทศก็ให้เลือกของขึ้นชื่อของที่นั้นๆ เช่น ไปอเมริกาก็ต้องลายปักเทพีเสรีภาพเลย เห็นก็รู้ว่าที่ไหน หรือ จะเพิ่มความเก๋ด้วยการปักชื่อประเทศไปด้วยก็เท่ไปอีกแบบนะ


สัตว์เลี้ยงน่ารักๆ

สาวๆส่วนใหญ่มักจะปลื้มสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ อย่าง น้องหมา น้องแมว อยู่แล้ว การให้สัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญวันเกิดเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับผู้หญิงที่ชอบสัตว์ และ ไม่เป็นภูมิแพ้ หรือ ถ้าคุณแฟนไม่ชอบหมาหรือแมวแล้วละก็ ลองเปลี่ยนมาให้ปลาสวยงาม ปลาทอง ปลาสีๆ ก็น่ารักไปอีกแบบ อีกทั้งยังไม่มีขนร่วงอีกด้วย อาจจะเลือกสัตว์เลี้ยงที่กำลังนิยม เช่น กระต่าย , หนูแฮมสเตอร์ , ชูก้าไรเดอร์ หรือ จะให้ของที่ปักลายสัตว์เลี้ยงตัวโปรดคู่ด้วย เช่น กระเป๋าผ้าลายน้องหมาที่คุณแฟนชอบ รับรองได้เลยว่าถูกใจคุณแฟนสุดๆ
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับสาวๆที่ชอบสัตว์เลี้ยง
-ลายปักสัตว์ตัวโปรด เลือกลายปักเป็นน้องแมว น้องหมา ที่คุณแฟนชอบดูสิ รับรองคุณแฟนชอบแน่นอน
-ลายปักสัญลักษณ์สัตว์เลี้ยง เปลี่ยนจากการปักรูปเต็มๆมาเป็นการปัก รูปเท้าของสัตว์ ไม่ก็เป็น ปลอกคอที่มีชื่อสัตว์เลี้ยงก็น่ารัก

ของขวัญสำหรับให้แฟนหนุ่ม สำหรับสาวๆที่กำลังหาของขวัญวันเกิดให้แฟนหนุ่มของคุณ ของขวัญของผู้ชายเหมือนจะง่ายแต่จริงๆแล้ว เลือกยากกว่าผู้หญิงเป็นไหนๆ เพราะ ผู้ชายมักจะมีความชอบที่แตกต่างกันมากกว่าผู้หญิง การเลือกของขวัญให้ผู้ชาย จึงควรเลือกจากบุคลิกและความชอบของเขา
 
ของสะสมสุดโปรด

หนุ่มๆหลายคนมักจะมีของสะสมสุดโปรดกันทั้งนั้น ให้ลองสังเกตของที่แฟนหนุ่มชอบใช้ หรือ ของที่เขามักจะซื้อมาเก็บจนเยอะเต็มบ้าน ไม่ว่าจะเป็นของเล่นสุดโปรด เช่น โมเดลการ์ตูน หนังสือการ์ตูน เป็นต้น หรือ จะเป็นเครื่องประดับสุดโปรด เช่น นาฬิกา รองเท้า ที่เก็บจนแทบล้นบ้าน รับรองได้เลยว่าคุณแฟนเป็นปลื้มแน่เลย
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับหนุ่มๆที่ชอบสะสมของ
-ลายปักของสะสมที่ชอบ เปลี่ยนของที่เขาชอบให้อยู่ในรูปแบบของลายปักเท่ห์ๆ ที่เขาสามารถพกติดไปได้ทุกที่!!!
-ลายปักคำพูดหรือวลีเด็ดๆ หากคุณแฟนชอบการ์ตูน หรือ หนัง ลายปักลายคำพูดเจ๋งๆดูสิ รับรองไม่เหมือนใครแน่นอน

ตั๋วเข้าชมคอนเสิร์ตและตั๋วต่างๆ

ลองเปลี่ยนจากสิ่งของมาเป็นการไปชมคอนเสิร์ตจากศิลปิน ดารา ที่เขาชอบดูสิ นอกจากจะถูกใจแฟนหนุ่มแล้ว ยังได้ใช้เวลาร่วมกันอีกด้วย ทำให้วันเกิดของเขาพิเศษด้วยการมีคุณอยู่ด้วย ไม่ก็ลองพาแฟนไปดูละครเวทีเรื่องโปรด หรือ หากคุณแฟนชอบกีฬา ลองเปลี่ยนมาเป็นให้ตั๋วเข้าชมกีฬาโปรดของเขาดูสิ ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล หรือ เทนนิส ก็เก๋ไปอีกแบบ การเข้าไปสร้างความทรงจำดีๆ ในบรรยากาศที่เขาชอบก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาสุดโรแมนติกสุดๆไปเลย!!! หากคุณแฟนชอบศิลปินคนไหนมากๆ ให้ลายเซ็นศิลปินคนโปรดของเขาปักลองบนหมวก หรือ เสื้อ สำหรับใส่ไปคอนเสิร์ตดูสิ รับรองแฟนหนุ่มปลื้มหนักแน่ๆ
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับหนุ่มๆที่ชอบศิลปิน ดารา
-ลายปักชื่อศิลปินที่ชอบ เพิ่มความเก๋ของเสื้อผ้า ด้วยลายปักศิลปินที่ชอบ ตามสไตล์ของแฟนหนุ่ม ใส่เท่ห์ๆในแบบที่เขาชอบ!!!
-ลายปักเพลงโปรด ปักลายเพลงโปรดที่คุณแฟนชอบฟัง ที่ชอบเปิดดู รับรองคุณแฟนปลื้มแน่ๆ อีกทั้งยังเป็นการวัดใจว่าเราจะรู้ใจคุณแฟนแค่ไหนอีกด้วย


บัตรกิฟท์การ์ด

หากใครเลือกของขวัญไม่ถูก รู้แค่แบรนด์ที่คุณแฟนชอบ ลองให้เป็นบัตรกิฟท์การ์ดแทนดูสิ ให้เขาไปเลือกของที่เขาอยากได้เอง เขาจะได้ได้ของที่ถูกใจ อีกทั้งคุณยังไม่ต้องไปกังวลเรื่องที่จะซื้อของมาแล้วไม่ถูกใจแฟนหนุ่มอีกด้วย นอกจากนั้นยังแสดงถึงความ VIP อีกด้วย ไม่ต้องจ่ายเงินแค่ยื่นบัตรเท่านั้น แต่วงเงินก็ควรเหมาะสมกับแบรนด์ที่คุณแฟนอยากได้ด้วยนะ
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับหนุ่มๆที่ชอบความพิเศษ
-ลายปักคุณแฟนเท่ห์ๆ อาจจะเลือกลายกการ์ตูนผู้ชายเท่ๆ คล้ายๆสไตล์ของแฟนหนุ่มมาปักโดยเน้นสีดำ ทอง ขาว จะทำให้ลายปักดูมีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น หรือ จะเน้นภาพแบบ vector จะทำให้ภาพดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น

สัตว์เลี้ยงสำหรับหนุ่มๆ

ตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ใช่ว่าผู้ชายจะไม่อยากได้สัตว์เลี้ยง เพียงแต่สัตว์ที่เขาอยากได้อาจจะไม่ใช่หมาหรือแมว แต่เป็น สัตว์แปลกๆอย่าง งู พันธ์ที่สามารถเล่นด้วยได้ , นกสวยงาม , ปูเสฉวน และ กุ้ง เป็นต้น นอกจากจะเท่ห์ และ ยังแสดงถึงสไตล์ของเขาอีกด้วย หรือ จะให้เป็นของขวัญอื่นๆที่ปักลายสัตว์ตัวโปรดก็เท่ห์ไปอีกแบบนะ
ไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ สำหรับหนุ่มๆที่ชอบสัตว์แปลกๆ
-ลายปักสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ที่ชอบ เปลี่ยนสัตว์ที่เขาชอบให้มาเป็นลายปักเท่ๆ เน้นสีสันของลายปักให้สด เพื่อเพิ่มเสน่ห์ของลายปัก
-ลายปักตัวอักษร ถ้าไม่อยากได้ลายปักรูปสัตว์เพียวๆ ลองใช้เป็นตัวอักษรควบคู่ เช่น ปักชื่อพันธ์ของสัตว์ที่อยากเลี้ยง หรือ ปักเป็นตัวอักษรคู่กับสัตว์ก็เท่ห์ดีนะ

 
สามารถเข้าไปดู ผลงานและลายปัก สินค้าได้เพิ่มเติมที่นี่
สามารถอ่านบทความ ไอเดียของขวัญเก๋ๆจากลายปัก เพิ่มได้ที่นี่
 
ให้ของขวัญของคุณพิเศษยิ่งขึ้น
สำหรับใครที่อยากให้ของขวัญวันเกิดแฟนพิเศษมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มลายละเอียดเล็กน้อยด้วย "ปักลาย" ลงบนของขวัญ หรือ ลงบนถุงผ้าใส่ของ อาจจะเป็นการปักชื่อของคุณแฟน ปักรูปแฟนเป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆ หรือ ข้อความเก๋ๆ ที่เป็นคำอวยพร หรือ คำพูดที่บ่งบอกถึงความรัก รับรองได้ว่าของขวัญของคุณพิเศษขึ้นกว่าทุกปีแน่นอน
ของขวัญชิ้นพิเศษ จะดูพิเศษมากขึ้น ถ้าใส่ข้อความแทนความห่วงใย หรือ คำพูดที่สื่อถึงความหมายพิเศษๆ ข้อความที่อ่านแล้วประทับใจ " ปัก" ข้อความที่คุณอยากส่งผ่านของขวัญชิ้นพิเศษนี้ แทนความห่วงใย ที่ทำให้ผู้ให้รู้สึกดี ผู้รับประทับใจ
 
สำหรับบริษัท​ หรือ​ ท่านที่ต้องการ​สั่งของขวัญ​ ของพรีเมี่ยม​ จำนวนมาก​ สามารถ​ติดต่อ​เราได้เช่นกัน​ Customize ร้านปักจากโรงงานผู้ผลิตสินค้าโดยตรง
 
"Customize ปักอะไรก็ได้............ที่แทนความหมายจากคุณ"

สามารถติดต่อ สอบถาม Customize by Insider ช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Customize ทำไมต้องเหมือนใคร
Line ID : @customize
Instagram : u.customize.byinsider
Showroom
: สีลมคอมเพล็กซ์ 02-231-3170
 
: ไอคอนสยาม 081-755-5161



5

เคลม GoPro ด้วยตัวเอง วิธีง่ายๆใครก็ทำได้!!!
กล้อง GoPro เป็นกล้องที่มีความทนทานสูง เหมาะสำหรับใช้ในการถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็นในน้ำ หรือ บนบกก็ตาม แต่หากกล้องโกโปรเสียขึ้นมาก้ไม่รู้จะซ่อมที่ไหนดี อีกทั้งจะส่งไปเคลมก็ยุ่งยาก บทความนี้มีวิธี เคลม GoPro ง่ายๆที่สามารถทำด้วยตัวเองง่ายๆมาบอก ไปดูกันเลย
เงื่อนไขการรับประกัน GoPro
ก่อนที่จะทำการส่งGoPro ไปเคลม สิ่งแรกที่เราจะต้องทำก็คือ การดูเงื่อนไขในการรับประกันว่ากล้องโกโปรที่เสียของคุณ อยู่ในเงื่อนไขหรือไม่ ถ้าหากอยู่ในเงื่อนไขการเคลมก็สามารถส่งเคลมได้ แต่จะเข้าเงื่อนไขที่ห้ามหรือไม่ ไปดูกันเลยว่าจะมีอะไรกันบ้าง
-การรับประกันสินค้ามีผลเฉพาะลูกค้าที่มีชื่อในใบประกันเท่านั้น และ ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้คนอื่นได้
-เมื่อทำการติดต่อประกันสินค้า จะต้องแสดงใบรับประกันทุกครั้ง
-ใบรับประกันจะมีผลเมื่อกรอกข้อมูลในใบรับประกัน และ ส่งคืนมายังบริษัท ภายใน 3 สัปดาห์ (นับตั้งแต่วันที่ซื้อ)
-เวลาในการรับประกันคือ 1 ปี (เฉพาะในกรณีตัวกล้องและสินค้าใหม่เท่านั้น) ซึ่งจะต้องเกิดจากความผิดพลาดในการผลิต ไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุ หรือ โดยจงใจ
-ประกัน GoPro ไม่ครอบคลุมความเสียหายที่มาจาก การใช้งานที่ผิดวิธี ความสึกหรอระหว่างการใช้งาน และ ความเสียหายจากการดัดแปลง ซ่อมแซ่ม
กล้อง GoPro ไม่รับประกันการกันน้ำ
-ในกรณีที่สินค้าชำรุด ให้แจ้งผู้ขายล่วงหน้าก่อนทำการส่งสินค้ามาซ่อม
-ในกรณีที่ทำการซ่อมจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
สามารถอ่านบทความ วิธีลงประกัน GoPro ได้ที่นี่
วิธีในการ เคลม GoPro ทำอย่างไร?
หากกล้องโกโปรของคุณอยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน สามารถเคลมโกโปรได้ 2 วิธี ดังต่อไปนี้
-ไปเคลมเองที่บริษัท Mentagram
-ส่งพัสดุเข้าไปที่บริษัท
 
วิธีที่1-การไปเคลมเองที่บริษัท Mentagram

1.ติดต่อบริษัท
ก่อนที่จะเข้าไปเคลมเองที่บริษัท ให้ทำการติดต่อกับทางบริษัทเมนตาแกรมเสียก่อนที่จะเข้าไปเคลม ผ่านทาง Facebook หรือ ทางโทรศัพท์ ตามที่สะดวก
-Facebook : Mentagram
-Tel : 02-637-5493

2.เตรียมเอกสารที่ต้องใช้
หลังจากที่ติดต่อบริษัทเรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมเอกสารที่ต้องใช้สำหรับการเคลมโกโปร ซึ่งจะต้องเตรียมให้ครบเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเคลม
-บัตรประชาชน หรือ ใบขับขี่
-บัตรรับประกัน
-ใบเสร็จรับเงิน
-กล้องพร้อมแพ็คเกจ

3.สถานที่ในการเข้าไปเคลม
เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อย ให้นัดวันที่จะเข้าไป และ นำวัสดุเข้าไปเคลมที่บริษัท
-สถานที่ตั้ง : บริษัท เมนทาแกรม จำกัด 968 อาคารอื้อจื่อเหลียง ชั้น 5 ถ.พระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
-เบอร์โทรศัพท์ : 02-095-3843,02-095-3844

4.ใบเคลมและการติดตาม
เมื่อเราทำการส่งเครื่องไปเคลมกับบริษัทแล้ว ทางเมนตาแกรมจะออกใบรับเครื่องให้ และ เราสามารถทำการติดตามสถานะการเคลมทาง Inbox ของทางเพจ Mentragram
วิธีที่2-การส่งพัสดุเข้าไปเคลมที่บริษัท

1.ติดต่อบริษัท
ให้ทำการติดต่อบริษัทผ่านทาง Inbox ของเพจ Mentragram เพื่อแจ้งอาการของโกโปรเบื้องต้น เพื่อเตรียมที่จะทำการส่งเครื่องไปเคลม

2.เตรียมเอกสารที่ต้องใช้
ในการส่งกล้องโกโปรไปทางไปรษณีย์ จะต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อความรวดเร็วในการเคลม มีเอกสารที่ต้องเตรียมดังต่อไปนี้
-สำเนาบัตรประชาชน
-สำเนาบัตรรับประกัน
-สำเนาใบเสร็จรับเงิน
***ควรที่จะเซ็นสำเนาถูกต้องให้ครบถ้วน และ ส่งมาพร้อมกับตัวกล้องที่จะทำการเคลม***

3.ส่งพัสดุไปเคลม
ให้ทำการแพ็คพัสดุให้เรียบร้อย และ ให้ทำการส่งพัสดุไปตามที่อยู่ของเมนตาแกรม อย่าลืมที่จะส่งกล้องไปพร้อมกับเอกสารที่จะต้องใช้ ไปที่
-บริษัท เมนทาแกรม จำกัด 968 อาคารอื้อจื่อเหลียง ชั้น 5 ถ.พระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

ให้ทำการติดตามพัสดุ และ เมื่อสินค้าถึงให้ทำการโทรไปตรวจสอบกับทางบริษัท เป็นระยะๆ ในการส่งกล้องไปเคลม ควรเอา SD Card ออกให้เรียบร้อย เนื่องจากถ้าเกิดศูนย์หายทางบริษัท Mentragram จะไม่รับผิดชอบ ในส่วนนี้ และ สำหรับอุปกรณ์หรือแพ็คเกจที่ส่งเคลมจะไม่ได้กล่องใหม่

ติดตาม AquaPro เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นใหม่ ๆ ทั้งกล้อง GoPro และอุปกรณ์เสริม GoPro  ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook : AquaproThailand
Line : @aquapro
Shopee : Aquaprothailand


6

ช่องทางการทำ Digital marketing มีอะไรบ้าง?
คุณรู้หรือไม่ว่า ช่องทางการทำ Digital marketing เข้ามามีบทบาท เนื่องจากธุรกิจเปลี่ยนมาเป็นแบบดิจิทัลมากขึ้น อีกทั้งช่องทางโซเชียลมีเดียยังมีหลากหลายมาก ทำให้คนทำธุรกิจควรที่จะรู้จักช่องทางในการทำการตลาดมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ธุรกิจของคุณ
Highlight การทำSEO ที่ต้องรู้!!!
-ช่องทางการทำDigital marketingทำไมถึงสำคัญ?
-ช่องทางการทำDigital marketingมีอะไรบ้าง?
ช่องทางการทำ Digital marketing ทำไมถึงสำคัญ?
เมื่อพูดถึง Digital marketing สิ่งแรกๆที่คนมักจะนึกถึงเลยก็คือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในช่องทางการทำการตลาดบนโลกออนไลน์เท่านั้น ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้ ถึงแม้องค์ประกอบต่างๆในการทำการตลาดของคุณจะพร้อม มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ทำแผนการตลาดมาดี แต่เพียงขาดช่องทางที่ทำให้คนรู้จักธุรกิจ สินค้าและบริการของคุณ ก็เท่ากับว่าคุณทำการตลาดไม่ประสบความสำเร็จ

การที่เรารู้จักช่องทางในการทำการตลาดออนไลน์เยอะๆ เป็นการ ช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโต มากยิ่งขึ้น ควรจะดูว่าธุรกิจของคุณ เหมาะสำหรับการทำการตลาดช่องทางไหนบ้าง และ ควรที่จะต้องรู้ว่าช่องทางไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้ให้เข้ากับธุรกิจของคุณได้
สามารถอ่านบทความ การตลาดออนไลน์ เพิ่มเติมได้ที่นี่
ช่องทางการทำ Digital marketing มีอะไรบ้าง?
ช่องทางการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายช่องทาง ซึ่งแต่ละช่องทางก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง และ มีประโยชน์ที่แตกต่างกัน ซึ่งช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ มีดังต่อไปนี้

1.Social Media
โซเชียลมีเดีย ช่องทางในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ยอดนิยมเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบันเป็นช่องทางที่ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว สามารถทำการตลาดได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะในรูปของ บทความ รูปภาพ หรือ สื่อวิดีโอ ซึ่งโซเชียลมีเดียยอดนิยมมีดังต่อไปนี้
-Facebook
-Youtube
-WhatsApp
-Twitter
-Instagram
หน้าที่ - โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นช่องทางที่เน้นการขายสินค้าเป็นหลัก  แต่เป็นรูปแบบของช่องทางการทำให้ธุรกิจ สินค้าและบริการเป็นที่รู้จัก ผ่านบทความ รูปภาพ วิดีโอ ที่ถูกเขียน ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ นอกจากนั้นยังมีการยิงแอด (Ads) หรือ ยิงโฆษณาสินค้าให้ลูกค้าเห็นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการนำคนเข้าไปที่ช่องทางอื่นๆของเราอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Website , Shopee , Line และ ช่องทางอื่นๆ เป็นต้น
เหมาะกับ - ช่องทางโซเชียลมีเดียเหมาะกับธุรกิจทุกธุรกิจ ธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้น และ อยากให้สินค้าและบริการเป็นที่รู้จัก เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งยังใช้เงินในการทำการตลาดน้อยกว่าช่องทางอื่นๆ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นช่องทางที่มีเปิดให้ใช้ได้ฟรี

2.Google
ถ้าพูดถึงช่องทางในการค้นหา หลายๆคนจะนึกถึงเว็บไซต์ Google เป็นอันดับแรกๆแน่ๆ นอกจากจะไว้ใช้ประโยชน์ในการค้นหาแล้ว กูเกิ้ลยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีประโยชน์มากในการทำ Digital marketing และ ช่องทางโฆษณาออนไลน์ต่างๆ ผ่านการค้นหาคำที่เป็น Keyword ซึ่งจะมีการทำอยู่ 2 ช่องทาง
-Search Engine Optimization หรือ SEO
-Search Engine Marketing หรือ SEM
หน้าที่ - SEO (Search Engine Optimization) ที่เป็นการทำการตลาดให้ติดอันดับดีๆบนหน้า Google ซึ่งอาศัยการไต่อันดับผ่าน Keyword และ SEM (Search Engine Marketing) เป็นการซื้อโฆษณาบนกูเกิ้ล ทำให้เว็บไซต์ และ สินค้าของคุณติดหน้าหนึ่งบนกูเกิ้ล ซึ่งเป็นการซื้อ Keyword ยิ่งคำนั้นถูกค้นหาเยอะๆ คำนั้นจะยิ่งแพง และ เมื่อหยุดจ่ายอันดับจะกลับไปแบบเดิม
การทำ SEO และ SEM ให้ได้อันดับดี เป็นเหมือนต้นทางที่จะนำคนเข้าไปใน"เว็บไซต์"ของคุณ ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักอีกด้วย
เหมาะกับ - ธุรกิจที่ต้องการถูกเจอบน Search Engine หรือ ต้องการให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก ติดอันดับดีๆบนกูเกิ้ล ต้องการให้คนเข้าไปเว็บไซต์ของคุณเยอะๆ เนื่องจากเป็นช่องทางที่มาจาก การค้นหาผ่าน Keyword นั้นเอง
สามารถอ่านบทความ SEO SEM คืออะไร เหมือนหรือต่างกันยังไง และ เว็บไซต์มีประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่นี่

3.Video Marketing
เนื่องจากในปัจจุบันเข้าสู่ยุคที่คนต้องการอะไรที่กระชับ เร่งรีบ ซึ่งการทำการตลาดก็เช่นกัน การทำการตลาดในรูปแบบวิดีโอ ถือว่าเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยช่องทางที่สามารถลงวิดีโอได้
-Youtube
-Facebook
-Website
หน้าที่ - ใช้สำหรับโปรโมทสินค้า และ บริการ ผ่านคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ video content ที่เป็นทั้งวิดีโอสั้นๆ และ วิดีโอยาวๆ เพื่อทำให้คนดูสามารถเข้าใจเนื้อหาได้อย่างง่ายได้
เหมาะกับ - การทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จัก หรือ ทำให้คนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเพียงแค่ดูวิดีโอก็เข้าใจ ทำให้เมื่อคนเห็นก็จะนึกถึงธุรกิจของคุณ เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนยุคใหม่ ที่ชอบความรวดเร็ว กระชับ เข้าถึงง่าย

4.Influencer Marketing
เป็นการอาศัยคนที่มีอิทธิในการโน้มนาวใจ และ เป็นคนที่ผู้คนให้ความสนใจ มีชื่อเสียง ในการโปรโมทสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักนั้นเอง ซึ่งเป็นรูปแบบของช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
-ดารา
-นักร้อง
-ไอดอล
หน้าที่ - ใช้สำหรับการโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จัก และ เน้นการขายสินค้า โดยอาศัยผู้ที่มีชื่อเสียงในการทำให้สินค้าขายดี และ เป็นที่ต้องการของตลาดนั้นเอง หรือ ที่เรามักจะคุ้นเคยในชื่อ Influencer ซึ่งในปัจจุบันเป็นหนึ่งในอาชีพที่นิยมกันมาก อีกทั้งยังมีประเภทที่หลากหลาย ซึ่งก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายด้วย
สามารถอ่านบทความ เลือก Influencer อย่างไรให้เหมาะสมกับTarget เพิ่มเติมได้ที่นี่
เหมาะกับ - ธุรกิจใหม่ๆที่ต้องการตีตลาด ต้องการให้สินค้า Mass ผ่านInfluencer ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจต่อผู้บริโภค เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความชื่นชอบผู้มีชื่อเสียง ดารา หรือ ชอบดูรีวิวต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
สามารถอ่านบทความ Influencer Marketing คืออะไร เพิ่มเติมได้ที่นี่

"เราพร้อมดูแลใส่ใจธุรกิจของคุณ ให้เหมือนกับว่าเป็นธุรกิจของเราเอง"
 
สามารถติดต่อ สอบถาม bemyfriend ช่องทางอื่นๆ ได้ที่
Facebook : Bemyfriend.agency


7

เทคนิคไม่ลับ ใช้ GoPro เป็น Webcam ง่ายๆด้วยตัวเอง
ในปัจจุบันมีหลายๆคนที่ต้องทำงานแบบ work from home ซึ่งทำให้จะต้องมีการพูดคุยผ่านวิดีโอต่างๆ แต่อุปกรณ์ก็ไม่เอื้อต่อการพูดคุย นอกจาก GoPro ยังจะเป็นกล้องที่มีคุณสมบัติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความคมชัดของภาพ , การกันสั่นขั้นเทพ , โหมดถ่ายรูปที่ทำให้การถ่ายภาพ ถ่ายวีดิโอ ของคุณง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น เช่น โหมดTime warp 3.0 ใน GoPro 9 หรือ โหมดPowerpano ใน GoPro MAX รู้หรือไม่ว่าเราสามารถ ใช้ GoPro เป็น Webcam กล้องโกโปรให้คุณภาพของภาพผ่านเว็บแคมบนคอมพิวเตอร์ได้แบบ Full HD ทำให้คุณสามารถพูดคุย สื่อสารได้อย่างหมดกังวล แต่จะทำได้ยังไงนั้น ไปอ่านในบทความกันเลย
วิธีการใช้ GoPro เป็น Webcamง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง
เปิดประสบการณ์การใช้งาน GoPro สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนกล้อง GoPro ให้มาเป็นเว็บแคมแต่กังวลว่าจะยาก บอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด เพราะว่ามันง่ายมาก มาดูวิธีการแบบ STEP BY STEP กันเลย!!!
อุปกรณ์สำหรับการถ่ายเว็บแคม
-GoPro ควรเลือกที่เป็นรุ่น GoPro Hero 8 , GoPro MAX หรือ GoPro 9 จะทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดของวิดีโอสูงๆ
-สาย USB-C สามารถใช้สายที่แถมมาในกล่อง GoPro ได้เลย
-คอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ PC และ MAC
-ขาตั้งกล้อง หากใครที่ต้องการระดับที่เหมาะสม หรือ ฐานที่มั่นคง ควรใช้ขาตั้งกล้องในการถ่าย แต่หากใครไม่มีสามารถตั้งกับโต๊ะได้เลยไม่มีปัญหา
STEP 1

ให้ดูว่าFirmware เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดหรือยัง ถ้ายังให้ทำการอัพเดต Firmware ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อน เนื่องจากหากอัพเดทให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จะเป็นการทำให้โกโปรสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ภาพจากการถ่ายเว็บแคมออกมาคมชัดนั้นเอง
หากใครที่อัพเดทไม่เป็น สามารถเข้าไปดู วิธีอัพเดทFirmware ง่ายๆ ได้ที่นี่
STEP 2

ให้ดาวน์โหลด GoPro Webcam ลงบนคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นลงบน PC หรือ Mac ก็ได้ > ทำการติดตั้งให้เรียบร้อย
STEP 3

เมื่อติดตั้งเรียบร้อย ให้ทำการเชื่อมต่อกล้อง GoPro เข้ากับคอมพิวเตอร์  > เปิดกล้องโกโปรแล้วใช้สาย USB-C ต่อเข้ากับโกโปร และ คอมพิวเตอร์ > เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ จะมีสัญญาณขึ้นที่หน้าจอของโกโปร
STEP 4

จากนั้นให้ไปดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ดูที่แถบเครื่องมือซึ่งจะมีรูปของ ไอคอน GoPro อยู่ > เลือก Show Preview เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งาน กล้องโกโปรเป็นกล้องเว็บแคมได้แล้ว

อีกทั้งยังมีลูกเล่นเพิ่มเติม คือ สามารถปรับเลนส์ได้ถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็น เลนส์ Wide , Linear และ Narrow เพียงเข้าไปที่ไอคอนโกโปร > เลือกที่ Digital Lens > เลือกเลนส์ที่ต้องการ
-Wide ให้ภาพมุมมองกว้าง สามารถเก็บรายละเอียดต่างๆได้ครบ
-Linear ให้มุมมองภาพแบบกว้างที่สมมาตร ไม่มีขอบโค้งแบบเลนส์wide
-Narrow ให้มุมมองภาพที่แคบที่สุด เหมาะสำหรับใช้ติดต่อ ที่ไม่ต้องการเก็บรายละเอียดข้างหลังมาก เน้นการถ่ายแบบใกล้ๆ
อีกทั้ง ยังสามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อย่าง Zoom และ Teams ได้อีกด้วย และ ยังให้ความคมชัดของภาพมาแบบ Full HD ซึ่งให้ภาพที่ดีกว่ากล้องเว็บแคมบางตัว สำหรับใครที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้าน บอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยเทคนิคการเปลี่ยนกล้องโกโปร ให้มาเป็นกล้องเว็บแคมง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
 
ติดตาม AquaPro เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นใหม่ ๆ ทั้งกล้อง GoPro และอุปกรณ์เสริม GoPro  ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook : AquaproThailand
Line :  @aquapro
Shopee : Aquaprothailand



8

การสร้างคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ทำอย่างไร?
การสร้างคอนเทนต์ สำหรับโปรโมทสินค้า เป็นการสร้างแรงดึงดูด ให้ผู้ที่อ่านเข้ามาอ่าน เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งผู้อ่านและผู้ที่ต้องการโปรโมทสินค้า ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสิ้น บทความนี้ผู้อ่านจะได้เรียนรู้การทำ  Content marketing ตั้งแต่เริ่ม เพื่อช่วยให้คุณสามารถทำคอนเทนต์ได้ตอบโจทย์ลูกค้า
 
Highlight การสร้างคอนเทนต์ ที่ต้องรู้!!!
-จุดประสงค์ในการสร้างคอนเทนต์
-การสร้างคอนเทนต์ในการทำการตลาดให้ตอบโจทย์ลูกค้า
 
จุดประสงค์ใน "การสร้างคอนเทนต์"
ก่อนที่เราจะทำคอนเทนต์โดยไม่ได้คิดถึงเป้าหมาย  จะส่งผลให้คอนเทนต์ของเราไม่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดลูกค้า ก่อนที่เราจะทำคอนเทนตืให้วางแผนเสียก่อนว่า เราต้องทำคอนเทนต์เพื่อเน้นไปในเรื่องอะไร รูปแบบไหน ให้ตอบโจทย์การใช้งานของคนในยุค 4.0 อาจจะเน้นการทำคอนเทนต์ให้มีความสนุกสนาน อาจจะให้รูปแบบของคอนเทนต์แนวคำถาม เพื่อทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นในคอนเทนต์ก็ได้

เรามารู้จักวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการสร้าง Content Markething กันดีกว่า
-Brand Awareness เป็นการโปรโมทแบรนด์ สินค้า บริการของเรา ให้คนได้รู้จักเรามากยิ่งขึ้น ให้เขาเน้นเราบ่อยๆ จนเกิดความสนใจ
-Problem Awareness เป็นการทำให้เขาเห็นถึงปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ใช้สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นปัญหาในการกระตุ้นให้เขาหาหนทางในการแก้ไข
-Solution Awareness เป็นการหาทางแก้ปัญหาให้กลุ่มเป้าหมาย โดยใชิสินค้าและบริการของเรา ในการแก้ไขปัญหา
-Product Awareness เป็นการขายที่ไม่ได้เน้นการขายแบบโจ่งแจ้งจนเกินไป อาจจะทำให้เห็นข้อดีที่มากกว่าสินค้าตัวอื่น หรือ แบรนด์อื่นๆ เป็นการทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
-Most Awareness เป็นการทำให้ลูกค้ามีโอกาสซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น จากการส่งข้อมูล ข่าวสาร เพื่อทำให้มีโอกาสในการตัดสินใจซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น

การสร้างคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ลูกค้า
1.คอนเทนต์สำหรับใคร?
ก่อนที่เราจะไปลงรายละเอียดในการทำคอนเทนต์ เราควรที่จะรู้เสียก่อนว่าเราต้องการทำคอนเทนต์เพื่อให้ใครดู เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ล้วนจะใช้รูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น เพศ ช่วงอายุ อาชีพ เป็นต้น การที่เราสามารถรู้ว่าเราจะทำคอนเทนต์เพื่อกลุ่มเป้าหมายใด จะทำให้เราสามารถกำหนดเนื้อหา หรือ ข้อมูลต่างๆให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการทำคอนเทนต์ได้ อาทิเช่น
-เพศชาย - จะชอบความสะดวกสบาย ไม่ชอบอะไรที่มีข้อมูลเยอะเกินไป เราอาจจะต้องใช้คอนเทนต์ที่เน้นไปในเรื่องของความสนุกสนาน หรือ พวกรูป วีดีโอ ที่ง่ายต่อการอ่าน
-เพศหญิง - จะชอบเน้นหาที่มีความละเอียด มีอะไรดึงดูด น่าสนใจ อาจจะใช้คอนเทนต์ที่มีหัวข้อน่าสนใจ บทความดีๆ เป็นประโยชน์ จนต้องแชร์ เป็นต้น

2.ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายคืออะไร?
การที่คนจะเลือกอ่านคอนเทนต์ อาจเนื่องมาจากปัญหาที่เขามี หรือ เขามีความต้องการอะไร ในการเลือกอ่านคอนเทนต์ซักบทความหนึ่ง นอกจากเราจะต้องดูว่าเราทำคอนเทนต์สำหรับใคร เรายังต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกมีความต้องการอะไรเป็นพิเศษ เพื่อที่จะสามารถเลือกเนื้อหา ในการทำคอนเทนต์ได้เหมาะสม อาทิเช่น
หากกลุ่มเป้าหมายต้องการบำรุงผิว เราอาจจะให้เนื้อหาคอนเทนต์เกี่ยวข้องกับการบำรุงผิว หรือ อาจจะไม่ได้เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตรงๆ โดยจะเน้นไปทางอ้อม เช่น การแต่งกายเพื่อป้องกันผิวจากแสงแดด หรือ การรับประทานอาหารที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ

3.จะแก้ไขปัญหาจากสินค้าและบริการของเราได้อย่างไร?
เนื่องจากถ้าเรารู้ถึงปัญหาของกลุ่มเป้าหมายแล้ว ว่ากลุ่มเป้าหมายของเรามีความต้องการอะไร ก็ถึงขั้นที่เราจะได้บอกถึงประโยชน์ของสินค้าและบริการ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะบอกข้อดีร้อยแปดประการที่เยอะจนเกินไป เพราะนั้นอาจไม่ใช่ประโยชน์ที่กลุ่มเป้าหมายของคุณอยากได้ ควรที่จะบอกประโยชน์ที่ได้จากการแก้ไขปัญหาที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เช่น กลุ่มเป้าหมายต้องการเน้นการบำรุงผิว คอนเทนต์ควรเน้นการบอกไปเลยว่า เป็นครีมที่ปกป้องจากสภาพอากาศ ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณที่กลุ่มเป้าหมายไม่สนใจ

4.การทำContent Mappingเพื่อช่วยในการวางแผน
ก่อนที่จะไปเริ่มทำคอนเทนต์จริงๆ เราอาจจะทำ Content Mapping เพื่อช่วยในการออกแบบเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ดังต่อไปนี้
ประเด็นสำคัญ - อาจจะเป็นการพูดถึงปัญหา ประเด็นสำคัญต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะกำหนดประเภทของคอนเทนต์ได้ถูกต้อง เหมาะสม
การแก้ไขปัญหา - เป็นการกำหนดวิธีในการแก้ไขปัญหาว่า ทำด้วยวิธีใดบ้าง ทำอย่างไรได้บ้าง ทำให้คอนเทนต์ของเราดูน่าสนใจ
เราดีอย่างไร - เป็นการนำเสนอสินค้าและบริการของเรา ว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไร สินค้าบริการของเราช่วยในเรื่องอะไรได้บ้าง เป็นการ Tie-in แฝงไม่ได้เน้นขายสินค้าตรงจนเกินไป
พิเศษสำหรับลูกค้า - อาจจะเป็นการพูดถึงเคล็ดลับในการใช้สินค้าและบริการ หรือ สิทธิพิเศษต่างๆ ส่วนลด แลก แจก แถม ต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นทำให้สินค้าของเรามีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

5.รูปแบบของสื่อที่เหมาะสมกับเป้าหมาย
นอกจากประเภทของกลุ่มเป้าหมายแล้ว เราอาจจะต้องเลือกรูปแบบของสื่อให้เหมาะกับสิ่งที่เราต้องการสื่อสารอีกด้วย ซึ่งรูปแบบของสื่อก็จะมีหลากหลายให้เราได้เลือก ไม่ว่าจะเป็น
บทความ - เป็นรูปแบบของเนื้อหาที่เป็นตัวอักษร อาจจะเป็นบทความยาวๆ หรือ เป็นข้อความสั้นๆที่สื่อความหมายได้ดี
รูปภาพ -  เป็นรูปแบบของเนื้อหาที่ดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบของรูปภาพ เพื่อให้ง่ายต่อการรับชม อาจจะใช้รูปแบบของ Infographic ในการใช้ข้อความเพื่อขยายรูปภาพให้ง่ายต่อการเข้าใจมากยิ่งขึ้น
วีดีโอ -  เป็นรูปแบบของคอนเทนต์ที่ดัดแปลงจากตัวหนังสือ ให้มาอยู่ในรูปแบบที่มีทั้ง รูป เสียง เพื่อให้ดึงดูดผู้ที่เห็นมากยิ่งขึ้น และ ง่ายต่อการรับชม
เมื่อเราเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ก็ให้ลองทำคอนเทนต์ อาจจะมีการใช้รูปแบบของคอนเทนต์ที่มากกว่า 1 รูปแบบก็ได้ตามความเหมาะสม
สามารถอ่าน บทความ Content Marketing เพิ่มเติมได้ที่นี่

6.ช่องทางในการลงคอนเทนต์
เนื่องจากในปัจจุบันมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารที่มาก ดังนั้นเราอาจจะต้องกำหนดช่องทางให้เหมาะสมกับรูปแบบของคอนเทนต์
ช่องทางของเราเอง - ปกติโดยทั่วไปในการทำธุรกิจ มักจะมีช่องทางการติดต่อสื่อสารของตนเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Website อาทิ การทำ SEO , Facebook , line และ ช่องทางที่เรามีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
ช่องทางในPlatformต่างๆ - นอกจากที่เราจะนำคอนเทนต์ไปลงแต่ช่องทางของเรา เราสามารถนำไปลงในช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Wabboard , Youtube , กระทู้ต่างๆ เป็นต้น
ช่องทางที่ต้องจ่ายเงินต่างๆ - เป็นช่องทางที่ต้องจ่ายเงินในการโฆษณาเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การลงโฆษณาอย่างการทำ Ads บน Google , Facebook , Youtube เป็นต้น

7.การวัดผลของคอนเทนต์
การวัดผลจากคอนเทนต์ สามารถวัดได้จากหลายๆช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการวัดจากยอดขายที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น การวัดจากจำนวนยอดคนที่กดไลค์และแชร์ตอนเทนต์ออกไป แต่อาจจะต้องอาศัยระยะเวลา อย่างน้อย 3-6 เดือน คอนเทนต์ถึงจะแสดงผลที่ชัดเจน โดยจะต้องอาศัยการทำคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ไม่ควรทิ้งช่วงระยะเวลาให้นานนัก เพราะจะทำให้ไม่สามารถวัดผลได้

 
"เราพร้อมดูแลใส่ใจธุรกิจของคุณ ให้เหมือนกับว่าเป็นธุรกิจของเราเอง"

สามารถติดต่อ สอบถาม bemyfriend ช่องทางอื่นๆ ได้ที่
Facebook : Bemyfriend.agency


9

GoPro 9 vs  GoPro Max รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?
กล้อง GoPro ซึ่งได้ออกรุ่นล่าสุดอย่าง GoPro 9 กล้องโกโปรน้องใหม่ตัวล่าสุด กับสเปคที่ได้พัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้น แต่ก็กำลังลังเลกับกล้อง GoPro MAX โกโปรรุ่นพี่ที่สามารถถ่ายได้รอบทิศถึง 360 องศา มาดูกันว่า GoPro 9 vs GoPro Max รุ่นไหนเหมาะกับคุณ!!!
เทียบให้ชัด GoPro 9 vs GoPro Max รุ่นไหนเหมาะกับคุณ

ตัวเครื่อง
-GoPro 9 รูปทรงสี่เหลี่ยมขนาด 72 x 55 x 33 มิลลิเมตร และ มีน้ำหนัก 180 กรัม มีหน้าจอแสดงผล ด้านหน้า และ ด้านหลัง และ มีพอร์ต micro SD และ USB type-C
-GoPro MAX รูปทรงสี่เหลี่ยมขนาด 64 x 69 x 25 มิลลิเมตร และ มีน้ำหนัก 154 กรัม มีหน้าจอแสดงผล ด้านหลัง มีพอร์ต micro SD และ USB type-C

GoPro 9 มีหน้าจอแสดงผลทั้ง ด้านหน้า และ ด้านหลัง ซึ่งในรุ่นของ GoPro MAX มีเพียงแค่ด้านหลังเท่านั้น และ ทั้งสองรุ่นมีพอร์ต micro SD และ USB type-C เหมือนกัน
สามารถอ่านบทความ สเปค GoPro 9 แบบเต็มๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ประสิทธิภาพการใช้งาน
-GoPro 9 สามารถใช้งานแบตเตอรี่ต่อเนื่องได้ถึง 130 นาที ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 120 นาที (แบตเตอรี่ 1729 mAh) และ สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 10 เมตร
-GoPro MAX สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ต่อเนื่อง 90 นาที ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 240 นาที (แบตเตอรี่ 1600 mAh) และ สามารถกันน้ำได้ 5 เมตร

สำหรับ GoPro 9 ถือว่าใช้เวลาในการชาร์จเร็วกว่า GoPro MAX เท่าหนึ่ง และ ยังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องมากกว่า อีกทั้งยังดำน้ำได้ลึกกว่าอีกด้วย ถือว่าGoPro 9ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า

การถ่ายภาพและวิดีโอ
-GoPro 9 สามารถถ่ายมุมมองได้ 170 องศา ด้วยอุปกรณ์เสริมอย่าง Max len mod ที่จะช่วยในเรื่องของมองมุมที่กว้างมากขึ้นและการกันสั่นที่ยอดเยี่ยมมากขึ้น อีกทั้งยังให้ความละเอียดของภาพที่ 20 MP และ สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดถึง 5K 30FPS สามารถถ่าย slow Motion ได้ถึง 8 เท่า
-GoPro MAX สามารถถ่ายมุมมองได้ 360 องศา ให้ความละเอียดของภาพที่ 16 MP และ สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด 5.7K สามารถถ่าย slow Motion ได้ 2 เท่า

GoPro MAX มีความสามารถในการถ่ายมุมมองที่กว้างกว่า แต่ก็ยังแพ้ GoPro 9 ในเรื่องของ ความละเอียดของภาพและวิดีโอ อีกทั้งการถ่าย slow Motion ที่ GoPro 9 ทำได้ดีกว่าถึง 4 เท่า แต่ในเรื่องของเสียง GoPro 9 ยังมีไมโครโฟนในตัวเพียงแค่ 3 ตัว ในขณะที่ GoPro MAX มีถึง 6 ตัว

HyperSmooth
-GoPro 9 มีระบบกันสั่น HyperSmooth เวอร์ชั่น 3.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่มีเฉพาะ GoPro 9 เท่านั้น ทำให้การถ่ายวิดีโอลื่นไหล และ นิ่งมากกว่าเดิม มาพร้อมโหมด Horizon leveling
-GoPro MAX มีระบบกันสั่น HyperSmooth เวอร์ชั่น 2.0 ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้นิ่งมากขึ้น มาพร้อมโหมด Horizon leveling อีกด้วย

GoPro 9 ชนะขาดลอย เพราะ มาพร้อมกับ HyperSmooth 3.0 ที่นิ่งมากขึ้น ทั้ง GoPro 9 และ GoPro MAX สามารถใช้งานโหมด Horizon leveling ได้เหมือนกัน สามารถทำในตัวเครื่องได้เลยไม่ต้องไปทำในแอพพลิเคชั่น ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

Time Warp
-GoPro 9 จะเป็นเวอร์ชั่น 3.0
-GoPro MAX จะเป็นเวอร์ชั่น 2.0
GoPro 9 ดีกว่า เนื่องจากในเวอร์ชั่น 3.0 ถูกพัฒนาให้สามารถบันทึกเสียงในโหมด realtime ได้ และ ยังทำให้สามารถดึงวิดีโอให้สโลโมชั่นจากกล้องได้เลย ซึ่งในเวอร์ชั่น 2.0 ทำไม่ได้

Photo Mode
-GoPro 9 โหมด SuperPhoto , HDR , Standard , ไฟล์รูปแบบ RAW ที่สามารถนำไปตัดต่อ หรือ ปรับแต่งได้โดยรูปยังมีความคมชัดอยู่ , Liveburst ที่สามารถถ่ายวิดีโอก่อนและหลังกดชัตเตอร์ได้ถึง 15 วินาที อีกทั้ง Protune สามารถควบคุมการตั้งค่าได้ด้วยตัวเอง
-GoPro MAX โหมด HERO , Powerpano และ Protune ที่สามารถควบคุมการตั้งค่าได้ด้วยตัวเอง
GoPro 9 มีโหมดที่รองรับการถ่ายภาพที่หลากหลายมากกว่า แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพมุมกว้างๆต้อง GoPro MAX เนื่องจากมีทั้งโหมด HERO ที่สามารถเลือกเลนส์ที่เหมาะสมอีกทั้งสามารถดูตัวอย่างภาพที่ได้จากเลนส์ได้ และ Powerpano ที่สามารถถ่ายภาพพาราโนม่าตามเส้นแนวนอนแม้ขณะกล้องเอียงได้กว้างถึง 270 องศา
Features อื่นๆ
-GoPro 9 โหมด Scheduled Captures และ Hide Sight ที่สามารถตั้งเวลาถ่ายวิดีโอล่วงหน้าได้ อีกทั้งเมื่อมีการกดชัตเตอร์ ตัวกล้องสามารถดึงข้อมูลก่อนที่จะกดถ่ายได้ถึง 30 วินาที
-GoPro MAX โหมด 360 องศา , Scheduled Captures และ Timelapse
ในรุ่น GoPro 9 จะมีโหมด Hide Sight ที่ใน GoPro MAX ไม่มี ซึ่งทำให้คุณไม่พลาดที่จะบันทึกวิดีโอในช่วงสำคัญๆ ซึ่งถือว่ามีลูกเล่นใหม่ๆเยอะกว่าในรุ่นของ GoPro MAX
คุณสามารถอ่านบทความ เปรียบเทียบ GoPro 9 vs GoPro 8 เพิ่มเติมได้ที่นี่
 
เทียบกันแล้วรุ่นไหนเหมาะกับคุณ
-GoPro 9 หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบอะไรใหม่ๆ ชอบความรวดเร็ว ชอบรูปภาพ วิดีโอที่คมชัด ชอบการใช้งานที่ง่าย รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชาร์จ หรือ ระบบประมวลผล ในราคาที่จับต้องได้ ต้องนี่เลย!!!!
-GoPro MAX หากคุณเป็นคนที่ชอบการถ่ายวิว ถ่ายvlog ชอบภาพที่สามารถถ่ายมุมมองกว้างๆได้ เน้นการใช้งานบนบกมากกว่าใต้น้ำ ต้องนี้เลยตอบโจทย์การใช้งานแน่นอน!!!

ติดตาม AquaPro เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นใหม่ ๆ ทั้งกล้อง GoPro และอุปกรณ์เสริม GoPro  ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook : AquaproThailand
Line :  @aquapro
Shopee : Aquaprothailand


10

GoPro แบตหมดไว มีวิธีไหนบ้างที่ช่วยเราได้?
สำหรับใครที่ใช้งานกล้อง GoPro จะพบว่าบางครั้งกล้อง GoPro แบตหมดไว นั้นทำให้หลายๆคน มักที่จะพกแบตเตอรี่สำรองไว้เสมอ แต่จะมีวิธีอื่นหรือไม่ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ บทความนี้มีคำตอบ
วิธีแก้ปัญหา GoPro แบตหมดไว ที่ทำได้ง่ายๆ
ปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมดไวของกล้องโกโปรสามารถแก้ไขได้ มาพบกับวิธีแก้ปัญหา โกโปรแบตหมดไว ที่จะทำให้คุณหมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่โกโปรไปได้เลย

ปิดโหมดที่ไม่จำเป็น
รู้หรือไม่ ว่าการที่เราเปิดโหมด ฟังก์ชั่นต่างๆ ไว้โดยที่ไม่ปิด เป็นการกินแบตเตอรี่ชั้นดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโหมด WiFi , GPS , Bluetooth ฟังก์ชั่นต่างๆ เนื่องจากถ้าเปิดทิ้งไว้ จะเป็นการหาสัญญาณตลอดเวลาทำให้ยิ่งกินแบตเตอรี่มากยิ่งขึ้น
วิธีนี้ดียังไง?
วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ จากตัวกล้องเลย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นๆช่วย ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริม GoPro อื่นๆ อีกทั้งยังทำให้ไม่ต้องพกอุปกรณ์ให้เป็นภาระเวลาถ่ายภาพ หรือ ทำกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย นอกจากนั้นยังเป็นการถนอมอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ เป็นการช่วยในการยืดอายุของแบตเตอรี่อีกทางหนึ่งด้วย
มีข้อเสียยังไง?
ถึงแม้วิธีนี้จะสามารถทำได้ง่ายๆ และ ยังสามารถช่วยเซฟแบตเตอรี่ได้ดี แต่ก็สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ตามขีดจำกัดของแบตเตอรี่ที่มีเท่านั้น ถ้าแบตเตอรี่หมดก็คือหมดเลย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้งานโหมดอื่นๆ เนื่องจากการตั้งค่าสำหรับประหยัดพลังงานจะทำให้ไม่สามารถใช้งานบางโหมดได้

แบตเตอร์รี่ และ แท่นชาร์จ
สำหรับใครที่แค่การปิดโหมดจำเป็นยังไม่พอ ต้องวิธีนี้เลย การพกแบตเตอรี่ และ แท่นชาร์จแบตเตอรี่ ไหนๆแบตมันจะลดไวแล้ว ก็ชาร์จแบตไปเลยดื้อๆ เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ อีกทั้งยังเป็นการถนอมแบตเตอรี่อีกด้วย แต่อย่ารอจนแบตหมดแล้วไปชาร์จนะ พอแบตเริ่มเหลือน้อยสัก 10% ก็ให้ชาร์จแบตเตอรี่
วิธีนี้ดียังไง?
วิธีนี้ทำได้ง่ายๆ เป็นการแก้ปัญหาแบตเตอรี่หมดไวง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์เสริม GoPro แบตเตอรี่ และ แท่นชาร์จแบตเตอรี่ อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ถ้าอยากถ่ายได้นานๆ ก็ชาร์จแบตเตอรี่สำรองไว้เยอะๆ ไม่ว่าจะแบตเตอรี่ของ Telesin หรือ GoPro สำหรับ GoPro 9 เองก็ดี และ สำหรับแท่นชาร์จแบตเตอรี่ ก็จะมีทั้งของ GoPro และ สำหรับใครที่บอกว่าสองช่องมันไม่พอ ขอสามช่องสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ ต้องนี้เลย Smatree หรือ Telesin ให้คุณชาร์จแบตได้แบบจุใจ
มีข้อเสียยังไง?
วิธีนี้จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์เสริม GoPro ตัวอื่นๆช่วย ใครที่ไม่อยากเสียตังค์วิธีนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์มากนัก อีกทั้งยังเป็นภาระเวลาเดินทาง หรือ ทำกิจกรรม และ ไม่ใช่ทุกที่ที่จะสามารถต่อแท่นชาร์จ ชาร์จแบตเตอรี่ได้ เวลาไปทำกิจกรรม หรือ ถ่ายรูปนอกสถานที่

Power bank
เวลาใครที่จะไปเที่ยว สิ่งหนึ่งที่หลายๆคน มักจะพกติดตัวไว้เสมอก็ คือ Power bank หรือ แบตเตอรี่สำรอง นั้นเอง อุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานกล้องได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น
วิธีนี้ดียังไง?
วิธีนี้ใช้งานได้ง่าย เป็นวิธีที่ทั้งสะดวก และ รวดเร็วมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความต่อเนื่อง ไม่อยากมานั่งชาร์จแบตเตอรี่ให้ยุ่งยาก แค่เสียบสายชาร์จเข้ากับกล้องโกโปร สำหรับใครที่ไม่อยากถอดฝาแบตเตอรี่ให้ยุ่งยาก แนะนำนี้เลย ฝาปิดแบตเตอรี่ Ulanzi G9-3 และ G9-6 ที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานไปชาร์จไปได้ ทั้งง่ายทั้งสะดวก
มีข้อเสียยังไง?
วิธีนี้จำเป็นจะต้องพก Power bank ไปด้วยเสมอ ยิ่งสามารถชาร์จได้เยอะ ยิ่งมีขนาดใหญ่ ทำให้เป็นภาระเวลาถ่ายภาพ อีกทั้งการชาร์จไปด้วยถ่ายไปด้วยเป็นเวลานานๆ อาจจะส่งผลระยะยาวให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นอีกด้วย และ ยังทำให้พาเวอร์แบงค์ร้อนง่าย ถ้าเกิดอุปกรณ์ร้อนเกินไปให้หยุดใช้งานทันที เพื่อเสี่ยงความเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดอันตรายในการใช้งาน

ต่อตรงกับไฟบ้าน
สำหรับใครที่ไม่อยากพกอะไรให้ยุ่งยาก ต้องวิธีนี้เลย ง่ายมากอีกทั้งยังทำให้แบตขึ้นไวอีกด้วย ไม่เหมือนกับการชาร์จด้วยแบตเตอรี่เสริม
วิธีนี้ดียังไง?
วิธีนี้ง่าย อีกทั้งยังช่วยทำให้แบตเตอรี่ขึ้นไว และ ยังช่วยถนอมแบตเตอรี่อีกด้วย เพราะ การชาร์จจากไฟบ้านดีกว่าการชาร์จด้วยแบตเตอรี่เสริม เหมาะกับการตั้งถ่ายในสถานที่เดิมๆ หรือ เน้นการถ่ายที่ไม่มีการเปลี่ยนมุมกล้องมากนัก สำหรับใครที่ถ่ายวิดีโออยู่กับที่ เป็นยูทูปเบอร์สายรีวิว วิธีนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก
มีข้อเสียยังไง?
ค่อนข้างมีข้อจำกัดในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ หรือ เต้าเสียบปลั๊ก อีกทั้งยังไม่สะดวกต่อการถ่ายภาพ และ ทำกิจกรรมข้างนอกมากนัก

ไม้เซลฟี่แบตสำรอง
สำหรับใครที่เป็นสายถ่ายเซลฟี่ ถ่ายvlog อาจจะถูกใจวิธีนี้ เพราะ สำหรับสายvlog มักจะมีอุปกรณ์เสริม คู่กายนั้นก็คือ ไม้เซลฟี่ นั่นเอง แต่จะดีกว่าไหมถ้าคุณสามารถชาร์จไป ถ่ายไปได้
วิธีนี้ดียังไง?
วิธีนี้สามารถทำได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้ความต่อเนื่องในการถ่ายวิดีโอ ถ่ายvlog อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เลย อีกทั้งยังไม่ต้องพกอุปกรณ์เยอะๆ พกแค่อันเดียว ได้ถึง 2 อย่าง ขอแนะนำ Ulanzi Bg-2 อันนี้ มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 6800 mAh
มีข้อเสียยังไง?
เนื่องจากเป็นไม้เซลฟี่แบตสำรองทำให้ จำเป็นจะต้องซื้อ ถ้าหากคุณอยากใช้วิธีนี้ อีกทั้งจำนวนของแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้ก็จะไม่เท่ากับการชาร์จแบตเตอรี่โดยตรง เพราะ ต้องทำให้ไม้เซลฟี่สามารถถือได้สบายๆ จึงไม่สามารถใส่แบตเตอรี่เยอะๆได้
ไม่ว่าวิธีไหนก็ทำได้ง่ายมากๆ สำหรับใครที่ชอบวิธีไหนก็เลือกใช้วิธีนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปิดโหมดที่ไม่จำเป็น หรือ การชาร์จกับพาเวอร์แบงค์ แค่นี้ก็สามารถแก้ปัญหาแบต GoPro หมดไวได้แล้ว ง่ายเลยใช่ไหมล่ะ!!!
 
ติดตาม AquaPro เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นใหม่ ๆ ทั้งกล้อง GoPro และอุปกรณ์เสริม GoPro  ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook : AquaproThailand
Line :  @aquapro
Shopee : Aquaprothailand


11

กราฟิก ดีไซน์ คือ อะไร นำมาใช้อย่างไรกับธุรกิจ!!!
รูปที่ใช้ในการทำการตลาด ใช้ในการโปรโมท ส่วนใหญ่จะอาศัยการทำ Graphic Design ด้วยกันทั้งสิ้น แต่หลายๆคนยังไม่เข้าใจ คำๆนี้จริงๆ และ เหมารวมไปกับงานประเภทอื่นๆ มาดูกันว่า กราฟิก ดีไซน์ คือ อะไรกันแน่? จากบทความนี้ได้เลย
 
Highlight Graphic Design ที่ต้องรู้!!!
-กราฟิก ดีไซน์ คืออะไรกันแน่?
-งานกราฟิกนำมาใช้อย่างไรต่อธุรกิจในปัจจุบัน?
 
กราฟิก ดีไซน์ คือ อะไรกันแน่?
Graphic Design คือ การออกแบบสื่อ โดยใช้รูปภาพ ใช้ตัวอักษร ในการสร้างสรรค์ผลงานโดยเน้นที่ภาพเป็นหลัก เพื่อใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ความสวยงาม เข้าใจได้ง่าย จุดเด่น ตามสไตล์ของแต่ละคน
งานกราฟิก หลายๆคนมักจะเข้าใจผิด ว่าต้องทำด้วยคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่จริงๆแล้วงานกราฟฟิกสามารถทำด้วย การวาด การพิมพ์ การถ่ายภาพ เราจะพบงานกราฟฟิกได้ทั่วไปจากของใกล้ๆตัว อาทิ หนังสือ นิตยสารต่างๆ รูปหน้าปก ก็ถือเป็นงานกราฟฟิก จนถึงภาพต่างๆ ที่อยู่บนช่องทางออนไลน์ อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ ต่างๆ
หลายๆคนมักจะคุ้นเคยกับชื่อ ที่เรียกว่า Artwork เสียมากกว่า แต่จริงๆแล้ว มีความแตกต่างกัน เพราะ ถ้าเป็นArtwork จะใช้เรียกไฟล์งานที่เสร็จสมบูรณ์ สำหรับนำไฟล์ไปพิมพ์ โดยการทำเส้น ขนาด ตัวอักษร สี ที่พร้อมนำไปพิมพ์ เช่น พวกกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น อีกเรื่องที่สำคัญสำหรับการทำงานกราฟฟิกออกมาให้ดี คือ เรื่องของรูป ข้อความ และ ตัวอักษร

-รูป / ภาพ ควรเลือกภาพให้มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ควรรู้ว่าต้องการเน้นส่วนไหนในภาพ ไม่ใช่เอารูปทุกอย่างมาแย่งกันเด่น ควรที่จะมีการแบ่งสัดส่วนของภาพให้ชัดเจน ภาพที่ดีควรจะสื่อความหมายในตัวเอง คือ มองแล้วรู้ว่าคืออะไร ต้องการสื่ออะไร โดยอาจจะใช้ตัวอักษรเพื่อช่วยเน้นความหมายในภาพใช้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

-ข้อความ เราจะต้องใช้ตัวอักษรที่มีความพอดี ไม่มากจนเกินไปไม่น้อยจนเกินไป มีทั้งตัวที่เล็กและใหญ่ หนาและบาง สีของตัวอักษรอย่าให้กลืนกับพื้นหลัง เพื่อบอกความสำคัญของคำนั้นๆ รวมทั้งการจัดวางข้อความควรเลือกให้ดี อย่าให้มาบังสินค้า หรือ สิ่งที่เราจะสื่อ
สามารถอ่านบทความ Content Marketing คืออะไร ได้ที่นี่
 

งานกราฟิกนำมาใช้อย่างไรต่อธุรกิจในปัจจุบัน ?
ในปัจจุบันการทำกราฟฟิก ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมท การโฆษณาต่างๆ ตั้งแต่การจัดทำในสื่อสิ่งพิมพ์ ตลอดจนถึงการโปรโมทบนช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นได้มากตาม Facrbook , IG ตลอดจนเว็บไซต์ต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่า งานกราฟฟิกไม่ได้มีประโยชน์ต่ิธุรกิจเพียงแค่นั้น มาดูกันดีกว่าว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง

-สร้างการสื่อสารโดยใช้รูปภาพ งานกราฟฟิกเป็นการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่จำเป็นจะต้องพูด ก็สามารถที่จะเข้าใจความหมายของสิ่งที่ต้องการจะสื่อได้ งานกราฟฟิกที่ดีคืองานที่สามารถสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจถึงสิ่งที่สื่อออกมาได้ชัดเจน ไม่ผิดเพี้ยน และ มีความสร้างสรรค์ เป็นที่จดจำได้ของผู้ที่มอง
-เพิ่ม / กระตุ้น ยอดขาย นอกจากงานกราฟฟิกจะใช้ในการสื่อสารแล้ว เราสามารถใช้ไปในด้านของการตลาด เพื่อเพิ่มยอดขายของสินค้าและบริการได้อีกด้วย โดยการออกแบบให้เป็นที่ดึงดูดของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ ต้องการจะกระตุ้นให้คนมาซื้อสินค้า ก็อาจจะใช้คำที่ดึงดูด ไม่ว่าจะเป็น ลดแลกแจแถม สินค้าใหม่รุ่นlimited ที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่ ตัวเลขชัดเจน เพื่อโชว์ หรือ กระตุ้นให้คนสนใจที่จะเข้ามาดูสินค้า การที่คนเข้ามาดูสินค้ามากขึ้นก็ถือว่าเขาให้ความสนใจที่สินค้าขั้นหนึ่งแล้ว ยิ่งคนสนใจมากยิ่งทำให้ยอดขายที่น่าจะขายได้เพิ่มมากขึ้น ที่เหลือก็อยู่ที่สโลแกนและส่วนอื่นๆ
-สามารถปรับเปลี่ยน / แก้ไขได้ เนื่องจากงานกราฟฟิกไม่ใช่งานตายตัว ทำให้งานกราฟฟิกสามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ อาทิ เราทำการโปรโมทสินค้าหนึ่งชิ้น ไม่จำเป็นที่เราจะต้องทำให้อยู่ในรูปแบบเดิมๆน่าเบื่อ หากทำรูปแบบเดิมๆไม่เวิร์ค ก็ให้ลองเปลี่ยนรูปแบบไปเลยๆ นอกจากจะทำให้งานของคุณไม่จำเจแล้ว ยังช่วยทำให้คุณรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของคุณชื่นชอบชิ้นงานแบบไหน ซึ่งสามารถดูจากยอดไลค์ ยอดแชร์ หรือ ยอดการสั่งสินค้าจากงานกราฟฟิกนั้นๆ อีกด้วย อีกทั้งงานกราฟฟิกยังไม่มีผิดถูก ลองปรับเปลี่ยนไปเลยๆอาจทำให้คุณค้นพบรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณก็ได้
สามารถอ่านบทความ การสร้างแบรนด์ อย่างไรให้ปัง ได้ที่นี่
 
"เราพร้อมดูแลใส่ใจธุรกิจของคุณ ให้เหมือนกับว่าเป็นธุรกิจของเราเอง"
 
สามารถติดต่อ สอบถาม bemyfriend ช่องทางอื่นๆ ได้ที่
Facebook : Bemyfriend.agency




12
ไอเดียของขวัญเก๋ๆ จากลายปัก สำหรับให้คนพิเศษ
ไอเดียลายปัก ของขวัญเก๋ๆ เท่ห์ๆ ไม่เหมือนใคร
พอถึงเทศกาลสำคัญๆทีไร ไม่รู้จะหาของขวัญอะไรดี หากใครที่กำลังต้องการหา ของขวัญเก๋ๆ ไปให้กับคนพิเศษของคุณ ด้วยการเปลี่ยนของขวัญธรรมดาๆ ให้กลายมาเป็นของขวัญสุดพิเศษด้วยลายปัก บทความนี้จะนำเสนอไอเดียลายปักของขวัญเก๋ๆ ไม่ว่าจะให้เป็น ของขวัญวันเกิด ของขวัญปีใหม่ หรือ ของขวัญวันปัจฉิมเก๋ๆ มาทำให้ของขวัญของคุณพิเศษกว่าใครกันดีกว่า!!!
สำหรับใครที่กำลังหา ไอเดียของขวัญปีใหม่ ไม่เหมือนใครให้ได้ทุกปี อ่านบทความเพิ่มเติมได้
 
งานปักให้ความรู้สึกที่ดีอย่างไรสำหรับตัวผู้รับ
งานปัก เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียด และ ความแม่นยำอย่างสูง ในการปักลายให้ได้ลายตามต้นแบบที่ต้องการ งานปักแสดงออกถึงความประณีต ความตั้งใจ ของผู้ที่ปักลาย นอกจากนั้นลายปักยังเป็นการสื่อความหมายแฝงอีกด้วย
ความหมายที่แฝงอยู่ในลายปัก ก็จะขึ้นอยู่กับประเภทและชนิดของลายปัก อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับประเภทของสิ่งของที่ปักอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การปักลายบนหมวก ปักลายบนเสื้อ ปักลายบนกระเป๋าผ้าและถุงผ้า ปักลายบนผ้าขนหนู หรือ แม้แต่สินค้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตา หน้ากากผ้า เป็นต้น ความหมายที่แฝงอยู่ส่วนใหญ่จะแสดงถึง ความรัก ความห่วงใย ความขอบคุณ ที่ผู้ให้มอบให้แก่ผู้รับ งานปักถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งความรู้สึกที่เราอยากบอกให้แก่คนพิเศษของคุณ แทนที่จะพูดออกไป เปลี่ยนมาเป็นการบอกผ่านลายปัก ให้ข้อความที่คุณต้องการส่งอยู่กับคนที่คุณอยากมอบให้ตลอดไป
 
ไอเดีย ของขวัญเก๋ๆ จากลายปักสวยๆ สไตล์มินิมอล

ลายปักมินิมอล เป็นลายปักที่มีการใช้สี ใช้รูปทรงให้ดูเรียบง่าย ดูไม่ซับซ้อน เน้นสีขาวดำ สีเอิร์นโทน โดยดีไซน์ของลายมินิมอลมักจะเป็นสิ่งของที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันลายมินิมอลเป็นที่นิยมมากในเด็กและผู้ใหญ่ สามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง อีกทั้งยังเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ชาย จะสังเกตได้จากจะเห็นผู้ชายใช้ของที่เป็นสไตล์มินิมอล จนกลายเป็นหนึ่งในสไตล์แฟชั่นยอดนิยมของผู้ชายยุคใหม่เลยทีเดียว ลายมินิมอลสามารถปักได้หลากหลาย ทั้ง กระเป๋า ทั้งเสื้อผ้า หรือ จะปักลงบนหมวก ก็เก๋ไปอีกแบบ หากมอบลายนี้ให้ใครก็แสดงถึง ความรัก ความห่วงใย ความขอบคุณ นั้นทำให้ลายปักมินิมอลเป็นที่นิยมกันมาก แต่จะมีลาย และ ความหมาย อะไรบ้างไปดูกันเลย
สามารถเข้าไปดู ผลงานและลายปัก สินค้าได้เพิ่มเติมที่นี่
 
สำหรับสายกิน

-ลายปักไข่ดาวน่าหม่ำ นอกจากจะน่ารัก น่ากินแล้ว ยังมีความหมายที่แฝงอยู่ในลายนะ ลายไข่ดาวหมายถึงความห่วงใยที่อยากให้ทานอาหารอร่อยๆจากแม่ที่มีต่อลูก หรือ ถ้าเป็นลายปักไข่ดาวคู่กับช้อน ส้อม จะหมายถึงว่าเราต้องคู่กันเหมือนช้อนกับส้อมที่ขาดกันไม่ได้ หรือจะเป็นความหมายน่ารักๆ เช่น อยากให้เธอกินเยอะๆ หรือ อย่าลืมทานข้าวเช้านะ ก็ได้ เหมาะสำหรับปักลงบนกระเป๋า หรือ ปักลงบนหมวกก็น่ารัก
-ลายปักกาแฟ อาจจะให้สำหรับผู้ใหญ่ หรือ คนที่ชอบทานกาแฟ เป็นการสื่อถึงความรักแบบผู้ใหญ่ สื่อถึงความรักที่ขาดไม่ได้ เหมือนกาแฟที่ต้องดื่มทุกเช้า หรือ อาจจะสื่อถึงความเป็นผู้ใหญ่ มีหลักการ มีความสุขุม เป็นที่เคารพ ก็ได้เช่นกัน เหมาะสำหรับปักลงบนกระเป๋าเก๋ๆ ดูเรียบๆ แต่เท่มีสไตล์
-ลายปักขนมน่ารักๆ สื่อได้หลากหลายมาก สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าให้เด็กก็สามารถสื่อความหมายถึงความน่ารัก ความสดใส มีสีสัน ของเด็กๆ หรือ อาจจะหมายถึงความรัก ความใส่ใจ โดยปักเป็นลายขนมที่เด็กๆชอบก็ได้ หรือ ถ้าให้แฟน ก็สามารถสื่อถึง ความสดใส ความน่ารัก ของแฟน ว่าเหมือนกับขนมชิ้นนั้น รับรองคุณแฟนต้องชอบแน่นอน เหมาะสำหรับปักลงบนเสื้อผ้า หรือ จะกระเป๋า ก็น่ารัก น่าใช้ไปหมด
 
สำหรับสายMovie

-ลายปักภาพยนต์โปรด สำหรับใครที่เป็นสายภาพยนต์ อาจจะใช้ลายปักจากภาพยนต์ ฉากสวยๆ ลายเท่ๆ หากใครที่เป็นสายหนังโรแมนติกก็เลือกฉากหวานๆ ที่สามารถสื่อความหมายถึงความโรแมนติก ความรัก ความห่วงใย ผ่านเรื่องราวของภาพยนต์ที่ถูกปักลงบนสิ่งของ เพื่อแสดงความรู้สึก รับรองได้ว่าถูกใจสาวๆแน่นอน ถ้าใครเป็นสายหนังแอคชั่นก็เลือกลายเท่ๆ รับรองว่าเก๋ไม่เหมือนใคร เหมาะสำหรับปักลงบนกระเป๋าเก๋ๆ
-ลายปักการ์ตูน สำหรับใครที่เป็นสายที่ชอบความมินิมอลแบบเน้นสีสันสดใส ต้องลายปักการ์ตูนเลย เพราะ นอกจากลายปักจะมีความน่ารักแล้ว ยังสื่อความหมายที่แสดงถึง ความรัก ความห่วงใย ความทะนุถนอมอีกด้วย ให้ใครใครก็ชอบ เหมาะสำหรับปักลงเสื้อผ้า รับรองน่ารัก ไม่เหมือนใครแน่นอน
-ลายปักสัญลักษณ์ สำหรับใครที่เป็นสายภาพยนต์แต่คุณไม่อยากได้ลายปักเต็มๆ ลองหันมาเลือกลายปักที่เป็นสัญลักษณ์ของภาพยนต์ หรือ การ์ตูนแทน ก็จะทำให้ลายปักเก๋ไปอีกแบบ อีกทั้งยังทำให้ลายปักเท่อีกด้วย แต่ควรเลือกลายปักที่สื่อถึงภาพยนต์ชัดเจน อาทิ เรื่อง Harry potter อาจจะใช้รูปแว่นตาของแฮรี่ หรือ ชานชาลา9 3/4 ในภาพยนต์ เป็นต้น เหมาะสำหรับปักลงบนหมวก รับรองใครเห็นใครก็ชอบ แสดงสไตล์ได้เต็มที่
 
สำหรับสายรักสัตว์

-ลายปักน้องหมา เป็นลายปักยอดนิยมของใครหลายๆคน แถมยังมีหลากหลายพันธ์ุอีกด้วย ให้คุณได้เลือกปักตามความชอบ ซึ่งลายปักน้องหมาที่เป็นที่นิยม ก็จะเป็น ชิวาวา บีเกิ้ล ไซบีเรียน ปั๊ก เป็นต้น นอกจากนั้นลายปักหมา ยังสื่อความหมายถึง ความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ ความรักที่มั่นคง และ ความหวังดีอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถสื่อความหมายที่เจาะจงไปกับชนิดของน้องหมาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น พันธ์ุปั๊กที่สื่อว่า เป็นคนตัวเล็กน่ารัก น่าทะนุถนอมก็ได้ เหมาะสำหรับปักลงบนเสื้อ ปักตรงกระเป๋าเสื้อเก๋ๆ เท่ๆ
-ลายปักน้องแมว มาถึงทาสแมวหลายๆคน แมวถือว่าเป็นหนึ่งในลายสัตว์เลี้ยงยอดนิยม เพราะ ลายปักแมวจะซ่อนความหมายที่สื่อถึง ความขี้เล่น ความอ้อน อีกทั้งยังสื่อถือ ความรักแบบคู่กัดได้อีกด้วย ลายน้องแมวจะไม่นิยมเน้นไปที่พันธ์ุของแมวเหมือนของน้องหมา ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สีสันมากกว่า หรือ จะนิยมปักรูปรอยเท้าแมวแทนการปักแมวตรงๆ ก็น่ารักไปอีกแบบ เหมาะสำหรับปักลงบนเสื้อผ้า หรือ จะกระเป๋าก็น่ารัก
-ลายปักปลา ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียลายปักของคนรักสัตว์ ที่เบื่อลายหมา ลายแมว ลายปลานับว่าเป็นอีกหนึ่งลายที่สวยงาม เนื่องจากสีสันของปลามักจะมีสีสดใส ทำให้ปักแล้วมีความสวยงาม อีกทั้งปลายังสื่อความหมายที่ดีในเรื่องของ โชคลาภ เรื่องของสุขภาพ ความโชคดี เหมาะมากสำหรับคนที่จะปักเป็นของขวัญให้ผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับปักลงบนผ้าเช็ดตัว หรือ ผ้าต่างๆ รับรองทั้งสวย ทั้งความหมายดี คนรับต้องชอบแน่ๆ

ออกแบบลายปักเองได้ เราขึ้นลายตามแบบที่คุณต้องการ
สำหรับใครที่อยากได้ลายเฉพาะของตัวเอง ลายที่ไม่เหมือนใคร มาทางนี้ เพราะ เรารับขึ้นลายตามแบบที่คุณอยากได้ ไม่ว่าจะ ปักลายเซ็นต์ให้ผู้ใหญ่ หรือ ปักลายเซ็นต์ศิลปินที่ชอบ รับรองลายเซ็นต์ไม่หายไปไหน ไม่หลุดลอกเหมือนงานพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นลายแบบไหนเราก็ปักให้คุณได้ แค่เพียงเลือกของขวัญอะไรก็ได้มาให้เราปัก เรายินดีแนะนำลายที่เหมาะสม หรือ จะเลือกลายจากทางร้าน ลายที่ออกแบบเอง ให้คุณออกแบบของขวัญชิ้นพิเศษของคุณได้เต็มที่ ให้ทุกๆข้อความที่คุณต้องการสื่อสารสื่อไปให้ถึงผู้รับ
 
ของขวัญชิ้นพิเศษ จะดูพิเศษมากขึ้น ถ้าใส่ข้อความแทนความห่วงใย หรือ คำพูดที่สื่อถึงความหมายพิเศษๆ ข้อความที่อ่านแล้วประทับใจ " ปัก" ข้อความที่คุณอยากส่งผ่านของขวัญชิ้นพิเศษนี้ แทนความห่วงใย ที่ทำให้ผู้ให้รู้สึกดี ผู้รับประทับใจ
 
สำหรับบริษัท​ หรือ​ ท่านที่ต้องการ​สั่งของขวัญ​ ของพรีเมี่ยม​ จำนวนมาก​ สามารถ​ติดต่อ​เราได้เช่นกัน​ Customize ร้านปักจากโรงงานผู้ผลิตสินค้าโดยตรง
 
"Customize ปักอะไรก็ได้............ที่แทนความหมายจากคุณ"

สามารถติดต่อ สอบถาม Customize by Insider ช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Customize ทำไมต้องเหมือนใคร
Line ID : @customize
Instagram : u.customize.byinsider
Showroom
: สีลมคอมเพล็กซ์ 02-231-3170
 
: ไอคอนสยาม 081-755-5161





13

การสร้างแบรนด์ สร้าง Branding อย่างไรให้ปัง!
หากใครที่จะต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ และ ต้องการ  การสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักสำหรับลูกค้า แล้วจะต้องทำอย่างไรในการสร้าง Branding ให้เป็นที่รู้จัก
 
Highlight Branding ที่ต้องรู้!!!
-Branding คืออะไร?
-ประโยชน์ของการสร้างแบรนด์ต่อการทำธุรกิจ
-ขั้นตอนใน การสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่จดจำ
 
Branding คืออะไร กันแน่ ?
การสร้างแบรนด์ หรือ Branding เป็นการสร้างตัวตนของแบรนด์ ภาพลักษณ์ ให้ออกมาอยู่ในรูปแบบที่เป็นตราประจำของสินค้า เพื่อให้เป็นที่จดจำของกลุ่มลูกค้า เพื่อใช้ในการโปรโมทสินค้าและบริการ
สินค้าและบริการส่วนใหญ่ จะใช้ชื่อหรือภาพลักษณ์ของแบรนด์เพื่อสร้างจุดดึงดูด เพื่อให้ลูกค้าจำได้ ยกตัวอย่าง Branding ของ bemyfriend ที่เป็นรูปโลโก้จับมือ ที่แสดงถึงบริการของเราที่พร้อมดูแลใส่ใจธุรกิจของคุณ ให้เหมือนกับว่าเป็นธุรกิจของเราเอง หรือ จิ้งจอกที่เป็นมาสคอต สีที่พอเห็นแล้วรู้เลยว่าแบรนด์นี้

 
ประโยชน์ของ การสร้างแบรนด์ ต่อการทำธุรกิจ
การสร้างแบรนด์นอกจากจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์แล้ว ยังมีประโยชน์มาก ในการทำ การตลาดออนไลน์ ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Influencer Marketing , SEO และ Content Marketing เป็นต้น ล้วนใช้แบรนด์ในการทำการตลาดทั้งสิ้น มาดูกันว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้างต่อธุรกิจ
-สร้างความโดดเด่น แตกต่าง ไม่เหมือนใคร อย่างที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นว่า การ- สร้างBranding ทำให้แบรนด์ของคุณดูโดดเด่นขึ้น นั้นเป็นการสร้างการจดจำ เพราะ ภาพจำ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ สี เพลง เป็นสิ่งที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าที่ดี เช่น แบรนด์สินค้าเป็นชื่อที่จำง่าย สีจำง่าย มองแล้วรู้ว่าสีแบบนี้คือแบรนด์นี้ หรือ เพลงที่มีสโลแกนของแบรนด์
-สร้างยอดขาย ให้ขายได้ง่ายและมากยิ่งขึ้น จะบอกว่าแบรนด์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจก็ว่าได้ ยิ่งแบรนด์มีชื่อเสียงหรือดัง ก็ทำให้สามารถขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้น แบรนด์ยอดนิยมจะทำให้มีช่องในการวางสินค้าที่มากกว่า หรือ ที่ในการจัดวางมีทำเลที่ดีกว่า จะเห็นได้ว่าแบรนด์มีผลต่อยอดขาย ความสามารถในการขายสินค้า
-สร้างมูลค่าที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ยิ่งแบรนด์เป็นที่รู้จัก ยิ่งทำให้มูลค่าของสินค้ายิ่งขึ้น สังเกตจากแบรนด์ที่ติดตลาดมักจะมีราคาสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป แต่ถึงราคาจะสูงกว่าก้ยังมีผู้บริโภคที่ยอมซื้อ เนื่องจากการยอมรับในแบรนด์ที่ผลิต มูลค่าของแบรนด์ส่งผลต่อมูลค่าของสินค้า
 
ขั้นตอนในการสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่จดจำ
จะทำอย่างไรให้แบรนด์ของคุณมีประสิทธิภาพ ไปดูกันเลย
รู้จักแบรนด์
เราจะต้องกำหนดก่อนว่า แบรนด์ที่เราต้องการจะสร้าง เป็นแบรนด์แบบไหน? สร้างมาเพื่ออะไร? สิ่งที่แบรนด์ต้องการที่จะนำเสนอคืออะไร? เป็นการตอบคำถามกับตัวเอง ตามหลัก 4W1H ได้แก่ what , who , where , when และ how ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำแบรนด์จะต้องรู้จักแบรนด์ของตนเองก่อน ที่จะไปเริ่มในขั้นตอนต่อไป ดังต่อไปนี้
-what - อะไร สิ่งสำคัญในการทำแบรนด์ คือ เราจะต้องรู้ว่าเราจะทำแบรนด์กับสินค้าอะไร การเข้าใจในสินค้าที่ต้องการสื่อออกมาในรูปแบบ Branding เช่น ต้องการทำน้ำผัก สำหรับคนรักสุขภาพที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง น้ำผักอร่อยดื่มง่าย พกพาสะดวก เป็นต้น
-Who - ใคร ในที่นี้ หมายถึง กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการที่จะสร้างแบรนด์ไปเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า เช่น เป็นแบรนด์น้ำผัก กลุ่มลูกค้าก็คือ กลุ่มคนรักสุขภาพ นั้นเอง
-Where - ที่ไหน หมายถึง สถานที่ที่เราต้องการจะนำแบรนด์ลงไปตีตลาด เช่น แบรนด์น้ำผัก ที่ที่ต้องการเจาะกลุ่มก็คือ ตัวเมืองใหญ่ๆ เนื่องจากคนรักสุขภาพที่ต้องการดื่มน้ำผักน่าจะต้องเป็นคนที่ไม่มีเวลาไปคั้นน้ำเอง ต้องการแบบสำเร็จซึ่งคาดว่าต้องเป็น คนในเมืองที่รีบร้อนเป็นแน่ เป็นต้น
-When - เมื่อไหร่ ในที่นี้หมายถึง ช่วงเวลาไหนหรือเมื่อไหร่ที่ควรจะใช้สินค้า เช่น น้ำผักที่ควรดื่มก่อนนอน เพื่อระบบขับถ่ายที่ดีในตอนเช้า เป็นต้น
-How - อย่างไร หมายถึงวิธีในการใช้ของสินค้า เช่น น้ำผักต้องเขย่าก่อนดื่ม เป็นต้น
เป็นการวิเคราะห์แบรนด์ก่อนที่จะสร้างแบรนด์ เพื่อที่เราจะได้ทำแบรนด์ออกมาได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของแบรนด์และเป้าหมาย

สร้างความแตกต่าง
อยากที่ได้บอกไว้ในตอนต้นว่า ประโยชน์หลักของการสร้างแบรนด์ คือ การทำให้คนรู้จักสินค้าของเราผ่านแบรนด์มากยิ่งขึ้น การสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่น แตกต่าง การสร้างให้แบรนด์มีความแตกต่าง โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆเป็นการทำการตลาดที่กระตุ้นความสนใจของผู้บริโภค
อย่างเช่น กรณีน้ำผัก ปกติน้ำผักจะใช้รูปของผักในการชูความเป็นแบรนด์ แต่ก็ยังไม่ได้ดึงดูดมากนัก ถ้าลองสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น ด้วยการชูเรื่องของสมองและผิวพรรณควบคู่ไปด้วย หรือ เล่นไปที่สีที่โดดเด่น รูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ ก็ได้อาจทำให้แบรนด์น่าสนใจมากยิ่งขึ้น !!!

Cr photo : เจ้เล้ง
Brand Personality
การสร้างคาแรคเตอร์ให้กับแบรนด์ เป็นการกำหนดคาแรคเตอร์ให้แบรนด์ เพื่อให้แบรนด์สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ดีมากยิ่งขึ้น
-ความสนุกสนาน ความอยากออกไปใช้ชีวิต เช่น แบรนด์น้ำอัดลมต่างๆ เป็นการเจาะกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ เป็นต้น
-ความห่วงใย จริงใจ เช่น แบรนด์ข้าว สิ่งของที่บอกส่วนผสมชัดเจน จนไปถึง พวกประกันชีวิต ที่ต้องการเจาะกลุ่มคนวัยทำงาน แม่บ้าน เป็นต้น
-ความหรูหรา เช่น แบรนด์ของใช้ จนไปถึงแบรนด์เสื้อผ้ารองเท้า ที่ต้องการเจาะกลุ่มคนที่ชอบความหรูหรา เลอค่า เป็นต้น
-ความทันสมัย เช่น แบรนด์โทรศัพท์ต่างๆ ที่ต้องการเจาะกลุ่มคนตามกระแสสังคม คนที่ชอบอัพเดตสิ่งของใหม่ๆ เป็นต้น
-ความทนทาน เช่น แบรนด์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เจาะกลุ่มคนที่ชอบความประหยัด เป็นต้น

ดีไซน์และโลโก้แบรนด์
สำคัญมากสำหรับการสร้างแบรนด์ เพราะว่า ดีไซน์และโลโก้ถือว่าเป็นหน้าตาของแบรนด์ ยิ่งสวยคนยิ่งอยากมอง แต่ถ้าไม่สวยสรรพคุณจะดีแค่ไหนคนก็ไม่อยากได้ การออกแบบดีไซน์ โลโก้จะต้องอิงจากการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ถ้าหากกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กก็ต้องใช้ตัวการ์ตูนในการดึงดูด แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่อาจจะต้องใช้สรรพคุณ ภาพลักษณ์ในการดึงดูด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งจะต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ดี ก่อนที่จะทำการสร้างโลโก้แบรนด์และดีไซน์ของแบรนด์
แนะนำว่าควรออกแบบให้ดีในครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ สี สโลแกน ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากคนมักจะจดจำภาพแรกได้ดีที่สุด การที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานอกจากคนจะจำไม่ได้แล้ว ยังเป็นการลดความน่าเชื่อถืออีกด้วย เพราะฉะนั้นควรวางแผนก่อนลงมือทำให้ดีก่อนที่จะลงมือทำ จะทำให้แบรนด์ของคุณออกมาปัง!!!
 
 
สามารถติดต่อ สอบถาม bemyfriend ช่องทางอื่นๆ ได้ที่
Facebook : Bemyfriend.agency




14

อัพเดท GoPro (Firmware GoPro) วิธีง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง
ถึงกล้อง GoPro จะมีประสิทธิภาพในการถ่ายภาพที่ดี ทั้งโหมดต่างๆที่คอยช่วยเหลือ ให้การถ่ายภาพของคุณออกมายอดเยี่ยม ซึ่งจำเป็นที่จะต้อง อัพเดท GoPro ที่เป็นการอัพเดทFirmware GoPro นั้นเอง การที่อัพเดทเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอ เป็นการทำให้กล้องโกโปรสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการอัพเดท Firmware จะเป็นการเพิ่มคำสั่งใหม่ๆ การอัพเดทเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเครื่อง แต่จะอัพเดทอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ!!!
ก่อนอัพเดท Firmware ต้องเตรียม GoPro อย่างไรบ้าง?
1.ชาร์จแบตเตอรี่ GoPro ให้แบตเตอรี่มากกว่า 50% เนื่องจากการอัพเดทจะทำให้แบตเตอรี่ลดลงเร็วมาก  ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีแบตเตอรี่ที่พอสำหรับการอัพเดท หรือ จะต้องชาร์จแบตในระหว่างที่ทำการอัพเดทเฟิร์มแวร์อีกด้วย
2.การฟอร์แมต SD Card ให้พร้อมสำหรับทำการอัพเดทเฟิร์มแวร์ เนื่องจากการอัพเดทอาจจะกินพื้นที่ในการเก็บข้อมูลค่อนข้างมากดังนั้นอย่าลืมฟอร์แมตด้วยละ
การอัพเดทGoPro อัพเดทเฟิร์มแวร์ มีกี่วิธี ?
การอัพเดท Firmware สามารถทำได้ทั้งหมด 3 วิธี ดังต่อไปนี้
-การอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านโทรศัพท์มือถือ
-การอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านคอมพิวเตอร์
-การอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่าน SD Card
ขั้นตอนในการ อัพเดท GoPro ง่ายๆที่ทำได้ไม่ยาก
จะเห็นว่าการอัพเดท GoPro มีวิธีให้เลือกหลากหลายวิธี สามารถทำได้ง่ายๆทุกวิธี อีกทั้งขั้นตอนในการอัพเดทก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าอยากรู้แล้วว่าวิธีและขั้นตอนในการอัพเดทจะมีขั้นตอนอะไรบ้าง ไปดูกันเลยแบบ STEP BY STEP
การอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านโทรศัพท์มือถือ

การอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านมือถือ เป็นการอัพเดทผ่านแอพพลิเชั่น GoPro ซึ่งสามารถทำได้ดังต่อไปนี้ เริ่มจากการเข้าไปดาวน์โหลด GoPro App ได้ที่ App Store หากเป็น Iphone และ Google Play หากเป็น Andriod แล้วทำการติดตั้งแอพพลิเคชั่นลงบนโทรศัพท์มือถือให้เรียบร้อย

เมื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่น ให้ทำการเข้าสู่แอพพลิเคชั่น GoPro > แล้วทำการลงชื่อเข้าใช้งานให้เรียบร้อย

ให้ทำการเชื่อมต่อกล้อง GoPro เข้ากับแอพพลิเคชั่น GoPro > เมื่อมีการอัพเดทเฟิร์มแวร์ แอพพลิเคชั่นจะทำการแจ้งเตือน > ให้ทำการกดอัพเดท แล้วรอจนอัพเดทเสร็จเรียบร้อยก็เป็นอันสำเร็จ
การอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านคอมพิวเตอร์

เป็นการอัพเดทบนคอมพิวเตอร์ ด้วยโปรแกรม Quick for Desktop โดยการเข้าไปที่เว็บไซต์ของโกโปร > ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม Quick for Desktop ให้เรียบร้อย

เมื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นเรียบร้อย > ให้ทำการเชื่อมต่อโกโปรเข้ากับคอมพิวเตอร์ ด้วยสาย USB จากนั้นเข้าสู่โปรแกรม Quick for Desktop

เมื่อเข้าโปรแกรมเรียบร้อย > เลือกที่ชื่อของกล้อง > เมื่อมีการอัพเดทโปรแกรมจะแจ้งเตือนให้อัพเดทได้เลย รอจนกระทั่งอัพเดทสำเร็จ
การอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่าน SD Card

เป็นการอัพเดท แบบ Manualให้เข้าไปที่เว็บไซต์ GoPro เลื่อนลงไปข้างล่าง > เลือกที่ Camera Software Updates > ทำการเลือกรุ่นของกล้องโกโปรที่เราต้องการอัพเดทเฟิร์มแวร์

ดูเวอร์ชั่นล่าสุดของเฟิร์มแวร์ > ให้เลือกที่ Update your camera manually

ให้ทำการกรอก Serial Number  เราสามารถดูเลขได้จากช่องสำหรับใส่แบตเตอรี่ ใต้กล้องสินค้า หรือ ดูจากภายในตัวกล้อง โดยเข้าไปที่ Perference > เลือก About > เลือก Camera Info ก็จะเห็นเลขสำหรับตัวเครื่องนั้นเอง จากนั้นใส่ Email > เลือกที่ Your agree to our terms of use > เลือกที่ next step
จากนั้นทำการดาวน์โหลดอัพเดทลงในคอมพิวเตอร์ > เมื่อดาว์นโหลดสำเร็จให้ทำการแตกไฟล์จากไฟล์ .zip ได้ 3 ไฟล์ จากนั้นถอด SD Card แล้วใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ > ให้ copy ไฟล์เข้าไปใน SD Card ของตัวกล้อง และ นำ SD Card ใส่กลับเข้าไปในกล้อง จากนั้นกล้องจะทำการอัพเดทเฟิร์นแวร์เองทันที
 
 
ติดตาม AquaPro เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นใหม่ ๆ ทั้งกล้อง GoPro และอุปกรณ์เสริม GoPro  ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook : AquaproThailand
Line :  @aquapro
Shopee : Aquaprothailand


15

การทำ SEO อย่างง่าย สำหรับผู้เริ่มต้น
หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า SEO แล้วบ้าง แต่ยังไม่รู้ว่าวิธีใน การทำ SEO ว่าต้องทำอย่างไร การทำSEOยากจริงหรือถ้าหากเป็นมือใหม่ บทความนี้จะมานำเสนอวิธีการทำSEOอย่างง่าย สำหรับผู้เริ่มต้น ไม่ว่าใครก็สามารถทำSEOได้ไม่ยาก
 
Highlight การทำSEO ที่ต้องรู้!!!
-วิเคราะห์ Target
-หา Keyword ให้ตรงกับ Target
-เขียน Content และ ตรวจสอบด้วย Yoast SEO
-ทำ Backlink
-ตรวจเช็คContent ด้วย search console

เราควรที่จะรู้จักข้อมูลคร่าวๆเสียก่อนว่า SEO คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องทำ SEO แต่ถ้าใครยังสงสัยสามารถอ่านได้จากบทความ SEO คืออะไร? พร้อมสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มทำ และ บทความ SEO SEM ต่างกันอย่างไร แต่ถ้าหากใครรู้จักแล้วเรามาเริ่มต้นในการทำ SEO ไปพร้อมๆกันเลย
 
ขั้นตอนใน การทำ SEO ฉบับมือใหม่

วิเคราะห์ Target
[/size][/color]
ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือทำ SEO สิ่งแรกที่เราต้องทำนั้นก็คือ การวิเคราะห์เพื่อค้นหา Keyword ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญ เราต้องมาวิเคราะห์ สิ่งที่เป้าหมายของเราจะค้นหา จากการค้นหาคำกว้างๆ , การค้นหาจากคำยอดนิยม คำฮิตๆ ที่คนชอบใช้กัน , การค้นหาคำที่มีความเฉพาะ แคบมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น เราทำธุรกิจ ขายเสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี ก็ให้คาดการKeyword ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะค้นหาอะไร อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี เสื้อผ้าแนวมินิมอล เป็นต้น หรือ อาจจะเจาะลึกด้วยวิธีตามต่อไปนี้

-วิธีการค้นหา Keyword จากคำกว้างๆ จาก Google โดยอาจจะเริ่มจากคำที่เรานึกออกก่อน หรือ เป็นคำที่เป็นสิ่งที่เราขาย ในที่นี้ อาจจะค้นหาคำว่า เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี ซึ่งจากการค้นหาจะพบว่า สามารถใช้คำนี้ได้ หรือ คำที่มีเนื้อหาคล้ายๆกัน เช่น ขายเสื้อผ้าเกาหลี , แฟชั่นเกาหลี และ เสื้อผ้าเกาหลีพร้อมส่ง เป็นต้น ซึ่งการที่นำKeywordมาใช้ เป็นส่วนหนึ่งใน การทำ SEO ให้ถูกหลักตามกฎของ Google ที่ควรนำมาใส่ในส่วนต่างๆของบทความ

-วิธีค้นหาจากคำยอดนิยม คำฮิตๆ ให้เราลองเลือกคำที่คาดว่าคนส่วนใหญ่นิยมใช้ก่อน อาทิ ถ้าเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี อาจจะใช้คำว่า เสื้อผ้าเกาหลีสวยๆ , เสื้อผ้าเกาหลียอดนิยม และ เสื้อผ้าเกาหลีมินิมอล เป็นต้น หรือ อาจจะดูจากเวลาที่เรากำลังจะพิมพ์ Keyword มันจะขึ้นคำที่ถูกค้นหายอดฮิตหรือใกล้เคียงให้

-วิธีค้นหาคำที่มีความเฉพาะมากยิ่งขึ้น เจาะจงมากกว่าเดิม เป็นการค้นหาที่แคบขึ้นจากการค้นหาแบบแรก เป็นการใช้ Keyword สองคำขึ้นไปในการค้นหา ทำให้การค้นหามีความจำเพาะ เจาะจงมากขึ้น อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี ฤดูหนาว , แฟชั่นเกาหลี 2020 และ แฟชั่นเกาหลี สีขาวดำ เป็นต้น หรือ อาจจะดู Keyword เพิ่มเติม จากส่วนล่างของการค้นหา (Related searches) ได้

-วิธีค้นหาโดยใช้คำถามที่คนอยากรู้ เราอาจจะเป็นผู้ตั้งคำถามเองจากช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทางเว็บบอร์ด ทางPantip หรือ อาจจะใช้การค้นหาที่เป็นคำถาม เพื่อดูว่าในKeywordที่เราถามมีความเกี่ยวข้องกับคำไหนบ้าง เช่น เราถามว่า แต่งเสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลีให้เข้ากับประเทศไทย แล้วดูว่าKeywordที่เขาใช้มีคำไหนบ้าง เพื่อนำมาปรับใช้กับบทความของเรา หรือ ใช้คำถามเพื่อหาคำตอบ ว่าถ้าTarget ถามแบบนี้ ควรใช้Keyword อะไร

-วิธีการค้นหาผ่านเว็บไซต์สำหรับค้นหา Keyword ต่างๆ ที่มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งเราได้คัดเว็บไซน์ในการค้นหายอดนิยมมาให้แล้ว ดังนี้ Ubersuggest , Searches related , Google trend และ keyword planner เป็นต้น ซึ่งทำให้เราสามารถดู volum ในการค้นหาได้ อีกทั้งยังทำให้ทราบKeywordที่ใกล้เคียง


หา Keyword ให้ตรงกับ Target
ถึงเราจะมี Keyword ที่มี volum ในการค้นหา หรือ Keyword จะดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราจะทำก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องรู้ก่อนว่า Target เราเขาต้องการค้นหา /  อยากอ่านเนื้อหาประมาณไหน ซึ่งก็จะต้องอาศัยการทำให้ถูกหลักที่ Google กำหนดไว้

เขียน Content และ ตรวจสอบด้วย Yoast SEO
เราจะเขียนบทความที่เกี่ยวข้องกับKeyword และ ทำการตรวจสอบบทความว่า ผ่านตามกฎของ Google หรือไม่ ด้วยการใช้ Yoast SEO ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรี แต่อาจจะใช้งานไม่ครอบคลุมเหมือนกับตัว Premium ที่เสียเงิน หรือ ถ้าเราเขียนไปนานๆ เราจะรู้ได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Yoast แต่สำหรับมือใหม่ ตัวฟรีก็ถือว่าสามารถช่วยคุณได้เยอะเลย แต่คร่าวๆ ควรจะต้องรู้ดังต่อไปนี้
-Title ที่น่าสนใจ และ Keyword ที่ตรงกับTarget ผ่านการดูเว็บไซต์ที่ติดอันดับดีๆบนหน้าแรกๆ อย่างเช่น ส่วนใหญ่เนื้อหาจะเน้นไปที่ การแนะนำเสื้อผ้าที่มาใหม่ หรือ เป็นการอัพเดตเสื้อผ้าใหม่ๆ พร้อม Tie-in (โฆษณาแฝง) สินค้า เราก็ทำเนื้อหาในแนวเดียวกัน โดยอาจจะแต่ง Title ให้น่าสนใจเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านอยากกดเข้ามา อาทิ อัพเดตเสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี ใหม่ล่าสุด พร้อมกับเทคนิคแต่งตามไอดอลให้ปัง เป็นต้น อาจจะใช้ลูกเล่น ในการเล่นคำ หรือ คำฮิตๆ

-Mata Description ต้องดี นอกจากชื่อเรื่องจะน่าอ่าน คำบรรยายใต้Title เป็นสิ่งที่ถ้าเขียนดี มีKeywordในเนื้อหา กระชับ ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะคนส่วนใหญ่จะยังไม่เข้าไปอ่านในบทความทันที แต่จะอ่านจากคำบรรยายใต้ชื่อบทความก่อนที่จะเข้าไปอ่านเต็มๆ

-Link สำคัญไม่น้อยกว่าTitle URL ของเว็บไซต์มีผลต่อ Google ควรจะเลือกใช้ URL ที่บอกถึงสิ่งที่ทำอยู่ และ ควรเข้าใจได้ง่ายเมื่อดูLink อาทิ เช่น www.Koreanfashion.com  เป็นต้น คือดูแล้วรู้เลยว่าเกี่ยวกับอะไร

-เนื้อหาที่ต้องถูกหลัก SEO ในบทความเนื้อหาควรจะมีการกระจาย Keyword อย่างสม่ำเสมอ ทั่วบทความ โดยจะต้องเน้นในส่วนที่เป็นหัวข้อ (Header , Subheader) ซึ่งควรจะมีKeyword อยู่ในหัวข้อต่างๆ ที่เป็นหัวข้อใหญ่ และ ในส่วนต่างๆ อาจจะใช้ Keyword ตรงๆ หรือ Related Keyword แต่ไม่ควรเยอะจนเหมือนการสแปม เพราะแทนที่จะเกินผลดีจะกลายเป็นว่า Google จะคิดว่าเป็นเว็บสแปมและหักคะแนนเว็บไซต์แทนได้

ทำ backlink
เป็นการเอาลิ้งค์ของเว็บไซต์ของเราไปฝากที่เว็บไซต์อื่นๆ อาทิ พวกเว็บบอร์ดต่างๆ เพื่อให้ bot ของ Google อ่านซึ่งทำให้เว็บไซต์เรามีโอกาสในการติดหน้าแรก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ สำคัญมากสำหรับการทำ SEO เพราะ ถึงแม้บทความเราจะถูกหลัก Google จะดีจะแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีการทำBacklink กลับไปที่เว็บก็จะไม่มีคนที่รู้จักเว็บไซต์ของเรา แล้วจะทำให้ไม่มีคนเข้ามา ซึ่งจะไม่เกิด conversion
ตรวจเช็คContent ด้วย search console
เป็นการติดตาม และ วัดผลอันดับ จากการที่เราทำ SEO ไปแล้ว อาจจะต้องทิ้งระยะไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ซึ่งสามารถวัดออกมาได้ทั้ง ดูจากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ที่เกิดจากการค้นหาบน Google หรือ ที่เรียกว่า Organic Search และ อันดับของ Keyword ที่เราใช้ เป็นการแสดงข้อมูลอันดับโดยเฉลี่ยต่างๆ
 
สามารถเข้าไปอ่านบทความ SEO SEM ต่างกันอย่างไร ได้ที่นี่ หรือบทความอื่นๆได้ที่ bemyfriend
 
"เราพร้อมดูแลใส่ใจธุรกิจของคุณ ให้เหมือนกับว่าเป็นธุรกิจของเราเอง"

สามารถติดต่อ สอบถาม bemyfriend ช่องทางอื่นๆ ได้ที่
Facebook : Bemyfriend.agency


หน้า: [1] 2 3 4