GoPro timelapse เทคนิคในการถ่ายง่ายนิดเดียว

  • 0 ตอบ
  • 308 อ่าน

GoPro timelapse เทคนิคในการถ่ายง่ายนิดเดียว
ถ้าพูดถึงโหมดการถ่าย GoPro timelapse ที่เป็นการถ่ายในช่วงเวลาๆหนึ่ง โดยใช้การเร่งความเร็ว จากระยะเวลานานๆ กลายมาเป็นแค่ไม่กี่วินาที อย่างเช่น ถ่ายท้องฟ้าเราจะเห็นก้อนเมฆไหลไปอย่างรวดเร็วเป็นต้น เป็นการดูการเคลื่อนไหวโดยอาศัย locationเดิม หลายๆคน อาจจะคิดว่าเป็นการถ่ายที่ยาก อ่านเลยในบทความนี้!!!
อุปกรณ์สำหรับใช้ในการถ่ายมีอะไรบ้าง?
-ขาตั้งกล้อง เนื่องจากการถ่ายtimelapse ค่อนข้างกินเวลานานในการบันทึกวิดีโอ อีกทั้งส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่กลางแจ้ง จึงจำเป็นจะต้องอาศัยตาตั้งกล้องในการถ่ายนั้นเอง หรือ อาจจะใช้เป็นไม้เซลฟี่ที่สามารถเป็นขาตั้งกล้องแบบ 2 IN 1 ก็ได้
-แบตเตอรี่ เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้ถ่ายtimelapse ค่อนข้างนานนั้นทำให้แบตเตอรี่สำรองเต็มก้อน เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก นอกจากแบตเตอรี่แล้วยังควรต้องมี ที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรองเผื่อเอาไว้อีกด้วย ในกรณีที่แบตหมดจะได้หมดกังวล
-เมมโมรี่การ์ดความจุสูง เนื่องจากไฟล์วิดีโอที่ค่อนข้างนาน ไฟล์ที่ได้มักจะเป็นไฟล์ใหญ่ๆ นั้นทำให้จำเป็นที่ต้องใช้เมมโมรี่สูงๆ เพราะจะสามารถถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้
-กล้อง GoPro ให้เลือก GoPro ตามที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็น GoPro 8 , GoPro 9 หรือ GoPro MAX
Setting GoPro timelapse ง่ายนิดเดียว

1.หาจุด หรือ พื้นที่ที่ต้องการถ่าย
การจะถ่ายวิดีโอที่ถ่ายให้ออกมาดูดี เทคนิคการจัดวางองค์ประกอบ 9 ช่องเป็นเทคนิคที่ใช้ในการดูจัดตัด เพื่อวางองค์ประกอบของภาพ หากใช้เทคนิคนี้จะเห็นตาราง 9 ช่อง และ 4 จุดตัดในภาพ โดยให้เราทำการเลือกสถานที่ หรือ จุดที่ต้องการถ่าย จากนั้นก่อนที่จะถ่ายให้พยายามวางจุดที่เราสนใจ (จุดเด่นของภาพ) ไว้บริเวณจุดตัดมุมใดก็ได้ จะช่วยทำให้ภาพน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
หากหน้าจอ GoPro ไม่ขึ้น เส้นตาราง > ให้ทำการสไลด์หน้าจอลง > เลือกที่ Grid on

2.เลือกโหมด
เมื่อได้จุดที่เราต้องการถ่ายแล้ว จากนั้นจะต้องทำการเลือกโหมด ซึ่งทำได้ทั้งในตัว GoPro เลย หรือ จะเลือกผ่าน GoPro App ก็ได้ ถ้าหากทำการตั้งค่าบนโกโปร ให้เข้าไปที่ Time lapse > เลือกโหมดที่เราต้องการ ดังต่อไปนี้
-TimeWarp Video
-Time Lapse Video เป็นการถ่ายวิดีโอจากเฟรมภาพต่างๆ ที่จะทำการบันทุกทุก 0.5 วินาที ด้วยความละเอียด 1080p
-Time Lapse Photo เป็นการถ่ายภาพเป็นชุดๆ ที่ช่วงเวลา 0.5 วินาที จากนั้นให้ทำการเลือกรูปที่ต้องการ แล้วเปลี่ยนภาพให้กลายเป็นวิดีโอโดยใช้ Quik* สำหรับ Destop (*QuikStories สามารถเข้าไปที่ gopro.com/apps)
-Night Lapse Photo

3.เลือกคุณภาพของวิดีโอ
ควรจะเลือกคุณภาพของวิดีโอให้เหมาะกับจุดประสงค์ในการใช้งาน ความละเอียดควรสูงแค่ไหน เหมาะกับงานของเราหรือไม่ โดยเลือกที่ Resolution > เลือกไฟล์ที่ต้องการ
-4K เป็นไฟล์คุณภาพสูง นิยมใช้ในการถ่ายวิดีโอที่ต้องการความละเอียดสูงๆ เช่น ถ่ายภาพยนต์ หรือ จะเลือกเป็นแบบ 4K 4:3 ก็จะให้วิดีโอที่มีขอบดำอยู่ข้างๆ
- Full HD เป็นไฟล์ความละเอียดสูง ที่ให้ความละเอียดพอเหมาะกับหน้าจอของสมาร์ทโฟน มีความกว้าง (แนวนอน) เป็นไฟล์ที่มีอุปกรณ์รองรับหลายตัว
-HD เป็นไฟล์ความละเอียดมาตรฐาน ให้ความละเอียดตั้งแต่ 1440p / 1080p / 720p  สามารถบันทึกวิดีโอได้ดี

4.อัตราส่วนภาพ
รู้หรือไม่ว่าอัตราส่วนของภาพมีส่วนสำคัญอย่างมาก อัตราส่วนแต่ละแบบมีความเหมาะสมที่แตกต่างกันออกไป
-4:3 เป็นอัตราส่วนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ถ้ามาเทียบกับหน้าจอทีวีในปัจจุบันจะไม่พอดี (พอดีกับทีวีในรุ่นเก่า) เมื่อถ่ายวิดีโอจะให้ภาพที่มีขอบดำขึ้นข้างๆ (1440p)
-16:9 หรือ Full HD เป็นอัตราส่วนของภาพแบบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นอัตราส่วนมาตรฐาน ใช้กับวีดีโอความคมชัดสูงๆ (1080p)
แต่ถ้าหากใครไม่รู้จะเลือกอัตราส่วนไหน ให้ตั้งไว้ที่ 16:9 หรือ เซ็ตเป็นค่ามาตรฐาน

5.การเลือก white balance
ให้ทำการตั้งค่า white balance ซึ่งเป็นการควบคุมให้สีออกมาตรงกับสีที่สายตาเรามองเห็น โดยการเลือกที่ Auto white balance ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้โทนสีของภาพเปลี่ยนไป ดังนั้นเราอาจจะต้องทำการตั้งค่า white balance ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ เช่น ถ้าแสงมากไปให้ปรับให้ดรอปลงมา หรือ มากขึ้นด้วยตัวเอง
ให้ทำการสไลด์หน้าจอลงมาให้เข้าไปที่ > white balance > สามารถปรับค่าได้ตามความเหมาะสม
-Auto เป็นการปรับค่าแสงสมดุลสีขาวแบบอัตโนมัติ
-Tungsten เป็นการปรับแก้สีส้มโดยการใส่สีน้ำเงินเข้าไป
-Fluorescent เป็นการแก้สีน้ำเงิน สีเขียวในภาพโดยใส่สีม่วงลงไป
-Daylight เป็นการแก้สีฟ้าอ่อนโดยใส่สีส้มเข้าไป
-Flash เป็นการแก้สีฟ้าอ่อน คล้ายกับ Daylight โดยใส่สีส้ม สีเหลืองเข้าไป
-Cloudy เป็นการแก้สีฟ้าที่เกิดจากการมีเมฆโดยใส่สีส้มเข้าไป
-Shade เป็นการแก้สีฟ้าที่เกิดจากการถ่ายภาพในร่ม โดยใส่สีส้มเข้าไป
-Custom เป็นการเลือกปรับเติมสีของ White Balance เอง

6.การตั้งเวลาในการถ่าย
การตั้งเวลาในการถ่าย timelapse ว่าถ้าเราอยากได้เวลาในวิดีโอกี่นาที ต้องคูณอะไร มีวิธีในการคิดอย่างไร
วิธีคำนวณภาพที่เราต้องใช้เมื่อทำการถ่ายtimelapse
เวลาของวิดีโอที่อยากได้ X จำนวนเฟรมต่อ1วินาที (เฟรมเรท)

ก็จะออกมาเป็นจำนวนภาพที่เราต้องใช้ เช่น ถ้าหากเราอยากได้วิดีโอ 10 วินาที และ ใน 1 นาทีสามารถถ่านได้ 30 ภาพ (30 FPS) ภาพที่เราต้องใช้ทั้งหมดคือ 300 ภาพ เพื่อให้ได้ออกมาเป็นtimelapse 10 วินาทีนั่นเอง หากเป็นภาพที่ถ่ายวัตถุเคลื่อนไหวเร็วๆ ควรตั้งถ่ายไว้ที่ 1-3 วินาที ต่อภาพ หรือ ถ้าเป็นวัตถุที่เคลื่อนไหวช้าๆ อาจจะถ่านไว้ที่ 10-30 วินาที

7.กดชัตเตอร์
เมื่อทำตามทุกขั้นตอนแล้ว หากมั่นใจแล้วให้ทำการกดชัตเตอร์ได้เลย แล้วรอดูวิดีโอเจ๋งๆได้เลย แล้วจะเห็นว่าการถ่าย timelapse ไม่ยากอย่างที่คิด
 
ติดตาม AquaPro เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชั่นใหม่ ๆ ทั้งกล้อง GoPro และอุปกรณ์เสริม GoPro  ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook : AquaproThailand
Line :  @aquapro
Shopee : Aquaprothailand